แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตารางบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตารางบอล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บาโลเตลลี่ต่างว่าคือแบบนี้ขับเท่าไรก็คงไม่ไป บดอีกทั้งไงก็ไม่ลง

ถ้าเป็นแบบนี้ไล่เท่าไรก็คงไม่ไป กดยังไงก็ไม่ลง




โดยที่ปกติแล้ว เวลานักเตะซักคนประกาศจุดยืน แสดงความจงรักภักดีต่อสโมสรฟุตบอล ด้วยการยืนกรานว่าไม่คิดจะย้ายถิ่นไปไหน ขออยู่ประสบความสำเร็จกับกรุ๊ปแล้วล่ะก็ มันควรจะเป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดี ทั้งเพราะว่าสโมสรพร้อมทั้งแฟนบอล

เท่าแต่ว่าส่วนใหญ่แฟนๆ มักจักช้ำใจกับการเห็นดาวเตะขวัญใจออกมาไม่ยอมรับข้อผูกพันใหม่ที่สโมสรยื่นให้บ้างล่ะ ออกมาเปรยเหรอขู่ว่าจักเปลี่ยนที่บ้างล่ะ

เพราะว่าที่บางทีก็อาจจะปวดใจไม่พ่ายกัน ถ้านักเตะที่ใคร่ได้ให้ขนย้ายเต็มที หิวให้โละออกไปไวๆ ดันประกาศว่าให้ตายก็ไม่ขนส่ง

กับมาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นคือโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนักเตะที่น่าจักทำให้เหล่าเดอะค็อปรู้สึกแบบหลังอยู่




ซึ่งการที่ตลาดนักเตะนักเตะหน้าหนาวกำลังจักปิดลงในวันจันทร์ที่จักถึง หมายความว่าแต่ละกรุ๊ปมีเวลาเหโจษอีกแค่ไม่กี่วันที่จักซื้อหรือว่าขายนักตะให้เสร็จสิ้นก่อนเส้นตาย ไม่อย่างนั้นก็ต้องรอไปจนกว่าฤดูกาลจักสิ้นสุดลง

สิ่งนั้นหมายถึงการพลาดโอกาสปรับเปลี่ยนอะไรให้ทันกาลเพราะครึ่งที่เหเลื่องลืออยู่ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุดฤดูกาลนี้

พร้อมด้วยเนื่องด้วย คณะลิเวอร์พูล แล้วเป้าหมายหลักในการเสริมทัพอยู่ที่การมองหาศูนย์หน้ามาแทนที่การอำลาไปของ หลุยส์ ซัวเรซ พร้อมกับการเจ็บยาวของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

การที่คาริม เบนเซม่า กับ เอเซเกล ลาเวซซี่ ที่เป็นสองดาวเตะที่มีชื่อตกเป็นข่าวกับหงส์แดงเป็นพิเศษ หลังจากกองหน้าตัวใหม่ในช่วงซัมเมอร์อย่าง 1.ริคกี้ แลมเบิร์ต กับ 2.บาโลเตลลี่ ทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่ถูกคาดหวัง




ทางด้าน แลมเบิร์ต นั้นยังพอมีข้อแก้ตัวได้ว่าไม่ถูก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เรียกใช้หรือไม่ก็ให้โอกาสมากพอ เพราะถูกจับนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ต่างกับ บาโลเตลลี่ ที่ถูกทุ่มเงิน 16 ล้านปอนด์ ซื้อมาเสริมฝ่ายฟุตบอลหลังเปิดฤดูกาลไปแล้ว เพราะว่าหวังว่าจักมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในแนวรุกให้กับพวก

และบาโลเตลลี่ กลายเป็นตัวเโจษจันกในแนวรุกอันดับแรกไปในทันที ภายหลัง สเตอร์ริดจ์ เจ็บไปตั้งแต่นัดที่ 3 ของฤดูกาล ซึ่งเป็นเกมเดียวที่ทั้งคู่ได้ลงเล่นร่วมกันจนถึงทันที

แต่ว่าภายหลังที่ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง บาโลเตลลี่ ก็ยังเบิกสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกในสีเสื้อของลิเวอร์พูลไม่ได้ จนสุดท้ายร็อดเจอร์สก็ไม่ดันทุรังอีกรองลงไป ด้วยการปลด เกรียนโอ้ ออกไปเป็นสำรองในที่สุด

โดยที่วิเคราะห์บอลการหลุดกลุ่มไปของเขาส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ พร้อมกับมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง รวมถึงแผนการเล่นใหม่ที่ให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มายืนป็นเบอร์ 9 หลอกแทนดูจักได้ผลดี จนทำให้ผลงานของหงส์แดงในช่วงหลังกระเตื้องขึ้นมา




สิ่งนั้นย่อมหมายความว่าโอกาสที่จะลงเล่นในตารางบอลของบาโลเตลลี่คงจักลดน้อยลงไปอีก เพราะว่าเฉพาะเท่าที่สเตอร์ริดจ์พร้อมจะคัมแบ็กแล้ว

พร้อมทั้งทางบาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นในไฮไลท์พรีเมียร์ลีกเกมล่าสุดด้วยการเป็นตัวสำรองในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ของลีกคัพรอบตัดเชือกนัดที่สอง กับ เชลซี ครั้งวันอังคาร ซึ่งบทบาทของเขายังคงเป็นการไม่มีบทบาทใดๆในการช่วยกรุ๊ปเหมือนเคย

แถมก็ยังมีส่วนทำให้คณะเสียฟรีคิกจนนำไปสู่ประตูชัยของ ฝ่ายเชลซี ในเกมนี้ด้วย จากการจ่ายบอลพลาดจนเพื่อนต้องไปตัดฟาวล์

โดยที่ฟอร์มของบาโลเตลลี่ในนัดนี้ยิ่งทำให้กระแสข่าวที่ว่าเขาจักถูกหงส์แดงโละทิ้งมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น แม้เจ้าตัวจะเคยออกมากราบทูลว่าพร้อมจะสู้เพื่อตำแหน่งพร้อมด้วยพิสูจน์ตัวเองถัดก็ตาม

ช่วงเวลาล่าสุด มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของบาโลเตลลี่ ออกมาตอกย้ำถ้อยคำที่บาดหัวใจเหล่าเดอะค็อปหนักขึ้นไปอีก จนถึงเสนอว่าเขาได้ทูลเกรียนโอ้ไปแล้วว่าให้ลืมเรื่องเคลื่อนย้ายฝ่ายไปได้เลย เพราะว่ามีสัญญาอยู่ตั้ง 4 ปี ให้นั่งรับค่าเหนื่อยก้อนโตสบายๆ




กับในส่วนโปรแกรมบอลมุมของเอเยนต์แล้ว ปกติจะชอบยุให้นักเตะย้าย เพราะว่าตัวเองจักได้กินเปอร์เซ็นต์จากการซื้อขาย แต่ถ้าขายในช่วงที่ค่าตก ก็หมายความว่าส่วนแบ่งตรงนั้นจะลดน้อยลงไปด้วย

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เอเยนต์ชื่อดังชาวอิตาเลียนรายนี้ จะยื่นคำขาดไปว่าจะไม่เจรจากับกรุ๊ปไหนทั้งนั้นในช่วงนี้ ถ้าจักพูดเรื่องยักก็ต้องรอให้บาโลเตลลี่ทำผลงานให้ดีก่อน จนค่าตอบแทนพุ่งไปซัก 45-50 ล้านปอนด์ ตอนนั้นค่อยมาว่ากัน

และถ้าเกรียนโอ้ทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ? เอเยนต์ผู้ปรารถนาดีแนะนำนิ่มๆ ว่าก็อยู่ไปเรื่อยๆ ให้มันแห้งตายคาแอนฟิลด์นี่แหละ ให้มันรู้กันไปว่า ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่เขยื้อน ถึงไล่ก็ไม่เลิก

ต่างว่าได้ฟังแบบนี้แล้ว ฝ่ายลิเวอร์พูล คงต้องคิดหนักว่าควรจักให้ บาโลเตลลี่ ลงมาเล่นหรือไม่เปล่า? เผื่อจับพลัดจับผลูเล่นดีขึ้นมา จะได้รีบหาหมู่มารับเซ้งได้ง่ายขึ้น ใช่ไหมจักเก็บไว้เป็นสีสันพร้อมทั้งความบันเทิงให้กับแฟนๆ ถัดไปดี

Babybear

ที่มา: http://event.sanook.com/football

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

ผลบอล: ครั้นเมื่อเจอร์ราร์ด พร้อมงานพิจารณาใจ ที่สับเปลี่ยนชีวิต

ครั้นเมื่อเจอร์ราร์ด กับการตัดสินใจ ที่เปลี่ยนชีวิต




วิเคราะห์บอลคงพูดไม่ผิดนักสมมตจะย้ำว่า ภาพของสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ในชุดเสื้อสีอื่นที่นอกเหนือจากสีแดงเพลิงของหมู่ลิเวอร์พูล นั้นเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือจินตนาการของเหล่า Kopites ทั้งปวง

ซึ่งหมู่มวลค็อปชนนั้นไม่เคยคิดมาก่อนแม้สักเวลานาทีว่ากัปตันฝ่ายยอดดวงใจของพวกเขานั้นจะจากสโมสรแห่งนี้ไปอยู่กับพวกใดอีก เพราะว่าเฉพาะในช่วงบั้นปลายชีวิตเช่นนี้

แต่ว่าสิ่งที่ทุกคน เชื่อ นั้นคือเจอร์ราร์ด จะอยู่กับ กรุ๊ปลิเวอร์พูล สโมสรเดียวตลอดไปจนเลิกเล่นฟุตบอล มีสถานะเป็น One-man-club เป็นตัวอย่างของนักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ที่รับใช้สโมสรไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายในเกมลูกหนัง

แต่ว่าน่าเสียดายและน่าเสียใจที่สิ่งเหล่านั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้น จนกระทั่งสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เตรียมประกาศการปลงใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต

ที่ว่าเขาคงต้องไปจาก ถิ่นแอนฟิลด์แล้วหลังจบฤดูกาลนี้

ซึ่งความยิ่งแล้วเจอร์ราร์ด เคยมีโอกาสที่จะไปจาก คณะฟุตบอลลิเวอร์พูล มาก่อนครับ พร้อมทั้งเป็นโอกาสที่ใกล้เคียงมากด้วยอย่างน้อยถึง 2 ครั้งด้วยกัน




ในครั้งแรกในช่วงหลังจบฤดูกาล 2003 - 2004
ด้วยกัน.oอีกครั้ง  ซึ่งใกล้เคียงยิ่งกว่าในช่วงหลังจบฤดูกาล 2004 - 2005 โดยทั้งสองครั้งเป็น คณะเชลซี ที่พยายามจะเจรจาเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมหมู่ให้ได้ พร้อมทั้งครั้งหลังนั้นเจอร์ราร์ด ตอบตกลงด้วยวาจาไปแล้ว

แต่ว่าในคืนสุดท้ายหลังทบทวนตัวเองอย่างดี เสียงของหัวใจเผยกับเขาว่า แม้การไปอยู่ ฝ่ายเชลซีจะทำให้เขามีโอกาสประสบความสำเร็จมากมาย แต่จักไม่มีเสื้อสีไหนนอกจากสีแดงของลิเวอร์พูล สนามใดนอกเหนือจากแอนฟิลด์ พร้อมทั้งแฟนบอลกลุ่มไหนนอกเหนือจากเหล่า ทีมเดอะ ค็อป ที่เขาต้องการรับใช้

ตัวของเจอร์ราร์ด จึงไม่ได้เป็นปางกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่

แต่ว่าเขายังเป็นผู้รับใช้สโมสรที่จงรักภักดีมากที่สุดคนหนึ่งด้วย





รวมทั้งโอกาสของความสำเร็จ พร้อมกับเงินตราไม่ใช่สาระสำคัญในชีวิต เพราะสิ่งสำคัญที่สุดที่เขาต้องการทำให้ได้คือการนำ คณะลิเวอร์พูล กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งการจักทำให้ได้เช่นนั้น นั่นหมายถึงการ เสียสละ ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

แต่ว่าในขณะที่ซูเปอร์สตาร์อย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส และหลุยส์ ซัวเรซ เโจษกที่จักทิ้งสโมสรอย่างกลุ่มลิเวอร์พูลไปเพราะว่ารู้ถึง ศักยภาพ ของยักษ์หลับในอดีตว่าเป็นเรื่องยากที่จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

ดังนั้นเจอร์ราร์ด ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่กล้าปิดประตูสโมสรอย่าง คณะบาเยิร์น มิวนิค พร้อมทั้ง หมู่เรอัล มาดริด เพื่ออยู่ที่แอนฟิลด์ถัด

ก็ไม่มีใครรู้ครับว่าน้ำหนักของ ความรับผิดชอบ ที่เจอร์ราร์ด แบกรับแทนทุกคนตลอดระยะเวลา 11 ปีของการเป็นกัปตันคณะนั้นหนักหนาแค่ไหน

ซึ่งมีแทบเขาเท่านั้นที่รู้พร้อมด้วยรับไว้ด้วยความเต็มใจ เพราะว่ามิได้ปริปากใดๆไฮไลท์พรีเมียร์ลีก

ถึงแม้จะไม่เก่งบรรลุภารกิจในการนำพาสโมสรกลับคืนสู่จุดสูงสุดได้ โดยเฉพาะกับการคว้าแชมป์ลีกสูงสุด ซึ่งทำได้ดีที่สุดแค่แค่การเป็นรองแชมป์ 3 ครั้งในฤดูกาล
2001 - 2002
2008 - 2009
2013 - 2014

ซึ่งก็ได้จบลงอย่างโศกนาฏกรรม ตราบเจอร์ราร์ด เป็นคน ลื่นล้ม ด้วยกัน ยอมให้โอกาสครั้งเดียวในชีวิตของเขาหลุดมือไป

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหล่าเดอะ ค็อป นั้นมี ความทรงจำ ที่งดงามร่วมกันมากมาย

นับจากวันแรกที่ลงสนามในฐานะตัวสำรอง สู่ประตูแรกที่สวยงามในเกมกับเชฟฟิลด์ เวย์นสเดย์ ก้าวสู่การเป็นกองกลางตัวหลักของฝ่าย พร้อมทั้งการเป็นกัปตันฝ่าย

ซึ่งจาก ปาฏิหารย์ที่อิสตันบูล กับโทรฟี่ยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 2005 สู่ ปาฏิหารย์แห่งคาร์ดิฟฟ์ กับโทรฟี่เอฟเอ คัพ ในปี 2006



ดังนั้นเจอร์ราร์ด เป็นทั้งแรงบันดาลใจ กับศูนย์รวมใจของ เหล่าลิเวอร์พูลตลอดมา

แต่ว่า ครั้งวันเวลาเดินทางมาถึงวันที่แข้งขานั้นไม่แข็งแรงเหมือนก่อน พละกำลังไม่มีเหมือนเก่า นักฟุตบอลผู้ทระนงในการเล่นอันสง่างามของตัวเองอย่างเจอร์ราร์ด ยังไม่อาจตัดใจยอมรับสภาพของตัวเองได้

ซึ่งรายได้และระยะเวลาในข้อผูกพัน 12 เดือนที่ ทีมลิเวอร์พูล เพิ่งจักมอบให้ในเดือนพฤศจิกายน

- ซึ่งนี่จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เป็นคำถามว่าเหตุใดบอร์ดบริหารhttp://sport.sanook.com/football/premierleague/จึงดำเนินการล่าช้าขนาดนี้

- และไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกว่าเขา นักฟุตบอลผู้เคยเป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาล จักต้องตกอยู่ในฐานะตัวสำรองที่ต้องเฝ้ารอโอกาสตัวเองอย่างอดทน หรือสมมติว่าลงตัวยิ่งก็ถูกตราหน้าว่าเป็น ตัวถ่วง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ็บปวดมากในความรู้สึก

ถ้าสมมตอยู่อย่างนี้ สู้จากไปเสียดีกว่า ไปค้นหาความท้าทายใหม่ในบั้นปลายของชีวิตการเล่น ไปในที่ที่เขายังเป็นได้เป็นเบอร์หนึ่งได้อีกครั้ง

ซึ่งก็ไม่มีหนทางใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ดังนั้นนี่จึงเป็นการตกลงใจ เพื่อตัวเอง ครั้งแรกกับครั้งเดียวของเจอร์ราร์ด เป็นการ ตกลงใจแห่งชีวิต ที่เดอะ ค็อปทุกคนควรต้องยอมรับกับ เปลื้องให้เขาได้ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง เช่นกันกับเพื่อให้สโมสรได้ก้าวเดินจากนั้นข้างหน้าไม่ต้องเสียเวลากังวลกับไม้ใกล้ฝั่งเช่นเขาอีก

พร้อมด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ยังทำให้ทุกคนได้ ตระหนัก ถึงความยิ่งใหญ่ของนักฟุตบอลคนนี้อีกครั้ง ก็เพราะว่าบางทีการมองจากเบื้องหน้านั้นเราอาจไม่เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเจอร์ราร์ด ได้เท่ากับการมองจากเบื้องหลังในวันที่เขาต้องไป

ถึงแม้ว่าเจอร์ราร์ด จักไม่ได้ลงนามในรับปากฉบับสุดท้ายที่สโมสรมอบให้ ด้วยกันแม้จักต้องร่ำลาจากกันไปก่อนในวันนี้

แต่ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อตารางบอลสโมสรตลอดระยะเวลา 16 ปีในการเป็นนักเตะ กับอีก 25 ปีที่ใช้ชีวิตในรั้วแอนฟิลด์ พร้อมกับ 34 ปีที่มอบทั้งกายด้วยกันใจให้แก่ลิเวอร์พูล สโมสรรักแรกด้วยกันรักเดียว

แม้ต่อให้จักไม่ได้สถานะ One-man-club เหมือนเจมี่ คาร์ราเกอร์ - แล้วเจอร์ราร์ด นั้นยังคงเป็นตำนานหมายเลขหนึ่งในดวงใจของเดอะค็อปชนเสมอ ในฐานะ มิสเตอร์ คณะลิเวอร์พูล ที่ไม่มีใครศักยทดแทนได้ตลอดกาล

ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่เจอร์ราร์ด จักมอบให้แก่เดอะ ค็อป คือ อนุสัญญาใจ ที่จะประภาษกล่าวกับทุกคนว่าอย่าได้เศร้าเสียใจนาน

เพราะว่าการจากลาครั้งนี้เป็นพางชั่วคราวเท่านั้น

ซึ่งขณะถึงเวลา เขาจักกลับมา และจะไม่มีวันจากไปไหนอีก !!

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พรีเมียร์ลีก: มามุ่งดูเช็กใบเสร็จศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษยับยั้งประเดี๋ยวงามกระทั่ง

มาดูเช็กบิลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษกันหน่อยดีกว่า




ซึ่งสกู๊ปหลังเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 15 มาดูซิว่ามีอะไรเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้บ้าง




ข้อแรก ปิดฝาไร้พ่าย


คราวนี้ก็เลิกพูดอย่างเป็นทางการกับแนวทางไร้พ่ายของ หมู่เชลซีในฤดูกาลนี้ จบสิ้นลงแล้วด้วยฝีมือของ พวกนิวคาสเซิล เชื่อว่าเป็นแมตช์ที่ทุกคนรอคอยยกเว้นแฟน กลุ่มเชลซี สถานการณ์แบบนี้หมายเห็นกันมานาน

จนกระทั่งกรุ๊ปเชลซีสะดุดตอ ทำให้หลายฝ่ายแช่งอยู่ในใจแบบนี้ โดยเฉพาะ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประกาศตั้งหน้าตั้งตาไล่ล่าอย่างชัดเจน แต่แล้ว เหล่าซันเดอร์แลนด์ ทำเป็นตัวอย่างเอาไว้ว่าทำเป็นดึงแต้มจาก กลุ่มเชลซีได้ ทำให้ พวกนิวคาสเซิล นั้นตอกย้ำอีกครั้งอย่าว่าแต่แบ่งแต้ม ยึดมาครองทั้งหมดยังได้

ซึ่งได้ปิดกำแพงไร้พ่ายอย่างเป็นทางการจึงเกิดขึ้น ไม่ต้องถกเถียง ไม่ต้องคาดเดาอีกถัดไป




ข้อที่สอง โค้ชโจเซ่ มูรินโญ่

ภายหลังที่ ไม่มีอาการเครียดให้เห็นกันมานาน ซึ่งผลงานลูกหมู่ตอบสนองอย่างต่อเนื่อง แม้มีเรื่องไม่ถูกใจบ้างแต่ทะลุทะลวงไปได้ เอาตัวรอดไปได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายโลกฟุตบอลเป็นแบบนี้ น้ามู รู้สึกแบบนั้นจนกระทั่งวันที่ความพ่ายแพ้เข้ามาเยือน

ซึ่งแม้แต่เด็กเก็บบอล โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นยังไม่สบอารมณ์ ถ่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่กวนใจ น้ามู เป็นที่สุด ไม่ชินกับสถานการณ์เป็นแบบนี้ง่ายอยู่แล้วกับการอารมณ์เสีย

ทำให้สถานการณ์ของ พวกเชลซีใช่ว่าเลวร้ายจนรับไม่ได้ ผิดพลาดครั้งใหญ่จนดิ่งลงเหว เส้นทางยังคงดูดี ปางแต่ทุกหมู่ต่างรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เก่งคาดเดาพร้อมกับวางแผนที่จะแบ่งแต้มจาก ฝ่ายเชลซีได้ ไม่ใช่เรื่องเกินตัวอีกต่อจากนั้น




ข้อที่สาม ปาปิสส์ ซิสเซ่

ต้องวิเคราะห์บอลให้เครดิตร่วมกันทั้งฝ่าย ซึ่งทั้ง 2 ประตูที่จัดการ หมู่เชลซี ตัวของ ปาปิสส์ ซิสเซ่ ได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับ หมู่เชลซีได้เป็นอย่างดี คงจำชื่อนี้ไปอีกนานกับการหยุดยั้งความฝันไร้พ่าย

ซึ่งหลังจากเดินหน้าแบบแฟนบอล กรุ๊ปสาลิกายังตกใจ ไม่ใคร่ได้จะเชื่อว่า อลัน พาร์ดิว จักสามารถพาคณะชนะติดต่อกันได้แบบยาวๆ กำลังเพลิดเพลินในการเดินทาง สะดุดด้วยการพ่ายให้ หมู่เวสต์แฮมต่อเนื่องด้วยการเจ๊า ฝ่ายเบิร์นลี่ย์

ก็ตั้งต้นจักมีข้อสงสัยกันว่า หมู่นิวคาสเซิล จะสร้างเส้นกราฟแบบวูบวาบเหรอเปล่า สุดท้ายได้คำตอบที่สุดยอดด้วยการกลับมาเก็บ 3 แต้ม ในเกมที่ใครๆ ต่างจับตา




ข้อที่สี่ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ซึ่งการไล่ล่าแบบมีความหมายเหเอิกเกริกเกิน มานูเอล เปเญกรินี่ ได้กระตุ้นลูกกรุ๊ปเรือใบทุกนัดว่า พวกเชลซีต้องมีสะดุด เพราะว่าฉะนั้นการเดินหน้าของตัวเองต้องมั่นคงไว้ก่อน ภายหลังนั้นค่อยหันไปมอง น้ามู กับลูกหมู่ว่าโดนคู่แข่งเหล่าไหนขัดขาได้บ้าง

พร้อมด้วยจากแต้มที่เปิดม่านบังตามีการมองกันว่าชักจักห่างไปหน่อย เรือใบขยับไล่ด้วยการเก็บชัยชนะทุกนัดใน 4 เกมหลังสุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชลซีทีเขวไปบ้าง ทำให้การไล่ขยับเข้ามาใกล้จนหายใจรดต้นคอกันเรียบร้อยแล้ว

คะแนน 3 แต้ม คือระยะห่างที่เห็นกันเต็มตาในตารางบอลอันดับ ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นแน่นอน





ข้อที่ห้า กุน อเกวโร่

ด้วยว่าภาพอาการบาดเจ็บ นั่นคือปัญหาใหญ่ กุน อเกวโร่ คือนักเตะคนสุดท้าย ในศึกพรีเมียร์ลีกที่ มานูเอล เปเญกรินี่ ต้องการเห็นในมุมของการบาดเจ็บ

จักเห็นได้ว่ามีการตอกย้ำกันมาตลอด กำลังสำคัญในการไล่ล่าแชมป์ของเรือใบ อเกวโร่ คือกองกำลังที่สำคัญมากๆ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บให้มากที่สุด

ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครการันตีเรื่องแบบนี้ได้ แต่นั่นคือปัจจัยที่เรือใบรับรู้เป็นอย่างดี ไม่มี กุน อยู่ช่วยงานมากนัดเท่าไหร่จักมีผลกระทบต่อการไล่ตาม กรุ๊ปเชลซีมากเท่านั้น

ภายหลังที่ดึง 3 แต้ม มาจาก เหล่าเอฟเวอร์ตัน ได้สำเร็จ พร้อมกับช่วงเวลาที่เชลซีโดนเล่นงาน ความแฮปปี้เข้ามาเยือน โค้ชมานูเอล เปเญกรินี่ แบบเต็มๆ

แล้วเรื่องซวยก็มาเยือน คือ กุน อเกวโร่ นั้นได้รับบาดเจ็บ ในนาทีนี้คาดหวังว่าอย่าเจ็บนานก็แล้วกันครับ




ข้อที่หก อาร์แซน เวนเกอร์

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เฮียแกจักมาอารมณ์ไหนเหมือนกัน โดนทั้งแฟนบอล กรุ๊ปสโต๊ค เล่นงานตั้งแต่ยังไม่ตั้งต้นเกม โดนทั้งแฟนบอลตัวเองต่อว่าต่อขาน ก่อนหน้านี้ เวนเกอร์ ตอบโต้แฟนบอลไว้ว่า ย้อนกลับไปดูสถิติของกรุ๊ปปืนโต มีกุนซือคนไหนในโลกนี้ที่พาฝ่ายเข้าไปรอบน็อกเอาต์เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นประจำ มีลุ้นแชมป์ ด้วยกัน ติดท็อปโฟร์ ตลอด

และกุนซือคนไหนจะเทียบชั้นกับ เวนเกอร์ ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ต้องยอมรับในความเป็นแท้ แต่ทว่า ภาพเดิมๆ แบบนั้นเพื่อแฟนบอลคือความซ้ำซาก ได้แค่นั้นเพราะไม่สามารถขยับความรู้สึกให้มากกว่าเดิมได้

เป็นเรื่องธรรมดาครับกับความต้องการของคน ถูกใจทั้งหมดทุกครั้นเมื่อเชื่อวันคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายแค่ไหนนั่นสำคัญกว่า

ซึ่งเวนเกอร์ นั้นแสดงไว้ชัดเจนแล้วว่า อีก 3 ปี คณะอาร์เซนอล ชุดนี้จักลุ้นแชมป์เต็มตัว รอกันได้ใช่ไหมเปล่า




ข้อที่เจ็ด ปัญหาซ้ำซาก

ซึ่งนอกจากอาการแผ่วเป็นพักๆ ของ กลุ่มอาร์เซนอลที่เราเห็นเป็นประจำ อาการบาดเจ็บก็มักจักเล่นงานจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์บอลสถานการณ์ทั้งหมด หาสาเหตุหรือไม่ความเป็นไปว่าเป็นเช่นไรกันแน่

โดยที่อีกเรื่องหนึ่งคือใบแดงแจ้งโทษ มีเป็นประจำเช่นกันกับลูกเหล่าของ เวนเกอร์ นักเตะบาดเจ็บ นักเตะติดโทษแบบเป็นปัจจัยเกี่ยวกับทุกคณะ แต่ เหล่าอาร์เซนอล มักจะหลีกเลี่ยงได้ไม่ดีเท่าไหร่ กลับไปปรับปรุงเดี๋ยวนี้




ข้อที่แปด พลาดทั้งในพร้อมกับนอกสนาม

เรียกว่าเป็นเรื่องของ ฝ่ายฟุตบอลลิเวอร์พูล ที่ได้เจอเหตุการณ์นี้ ที่พลาดในสนามเป็นเรื่องราวที่ วางธุระปละละเลยความเด็ดขาด ใช้โอกาสเปฟุ้งเฟื่องงไปเรื่อยเปื่อย

ซึ่งจังหวะไหนต้องได้ไม่ใช่หรือควรจักได้จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ ยิ่งเกมที่เล่นในบ้านยิ่งต้องได้ น่าเสียดายที่หงส์แดงทำไม่สำเร็จ

ซึ่งเรื่องราวนอกสนามก็คือ กรุ๊ปเชลซี พ่ายแพ้ หมู่อาร์เซนอล แพ้ ซึ่งนี่คือโอกาสทองในการเก็บแต้มขยับตัวเองให้ชัดเจน โอกาสที่ด้านบนจักพลาดพร้อมๆ กันนั้นไม่ง่าย แต่ทว่าสถานการณ์ข้ามไปแบบน่าเสียดายอีกแล้ว

ก็เอาเป็นว่าการเจ๊า ฝ่ายซันเดอร์แลนด์ นี้เป็นเรื่องเสียหายไม่น้อย พลาดทั้งการเก็บแต้มเต็มในบ้าน พลาดทั้งการขยับแต้มในจังหวะที่คณะใหญ่นัดกันพลาด

ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าหนักอกหนักใจด้วย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ด้วยกันลูก ทีมลิเวอร์พูล อย่างยิ่ง ต้องเคลียร์ต้องเกลี่ยนักเตะให้เหมาะสมกับโปรแกรม แม้ว่าฟอร์มเพราะรวมยังไม่เป็นอย่างที่คาด

โดยที่เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ในนัดชี้ชะตารออยู่เต็มๆ กลางอาทิตย์ รวมถึงศึกพรีเมียร์ลีก นัดถัดต้องทำศึกแดงเดือดกับ หมู่ผีแดง

นั่นทำให้ ร็อดเจอร์ส ต้องมีเรื่องให้คิดกับทำการบ้านแบบละเอียดยิบเต็มไปหมด ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า กรุ๊ปยังคงไม่มีฟอร์มที่น่าประทับใจอะไรเลย





ข้อที่เก้า คิวพีอาร์

ก็ได้โชคสองชั้นเข้ามาเยือนบ้างแล้ว ชั้นแรกคืออาจจักเก็บผลบอล 3 แต้ม ที่ต้องการได้เสียที เจอคู่แข่งลักษณะนี้ทำได้ตามแผน ตามความต้องการนั้นนั้นสำคัญมากๆ

ซึ่งนอกจากขยับตัวเองได้แล้ว ยังกดคู่แข่งที่คาดว่าจักแย่งชิงพื้นที่อยู่รอดกันได้อีกด้วย โชคชั้นที่ 2 ของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ พร้อมทั้งลูกพวกก็คือศักยดีดตัวเองออกมาจากเรดโซนได้สำเร็จ

นี่ก็เป็นการชั่วคราวก็ยังดีกว่าจมอยู่ตรงนั้นนานๆ ที่อยู่ต้องรอดูว่าปัญหาใบแดงของ ชาร์ลี ออสติน จะมีผลกระทบต่อกลุ่มมากน้อยแค่ไหน

เขียนเรื่องโดย ดามัน

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สารบาญพรีเมียร์ลีก10 นักเตะคนใหม่สรรพสิ่งการรบพรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษ

หลังจากที่ได้ปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วเพื่อตลาดนักเตะฟุตบอลซัมเมอร์ฤดูกาล 2014-15 กับนี่คือ 10 แข้งใหม่ของศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามองที่สุดจาก สื่อเดลี่เมล์ สื่อชื่อดังแดนผู้ดีครับ

1. นักเตะ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์  อายุ 25 ปี

  • สังกัดสโมสร : พวกเซาธ์แฮมป์ตัน คำมั่นกู้ยืมตัวจากกลุ่ม แอตเลติโก มาดริด 
  • เล่นในตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ็กขวา

เป็นเจ้าของหมวกของ พวกชาติเบลเยียม 37 นัด เพราะอัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ถือว่าเป็นกองหลังสารพัดประโยชน์คนนึงของวงการลูกหนังยุโรป พร้อมทั้งศึกพรีเมียร์ลีกจะเป็น ด่านทดสอบครั้งใหญ่ของเขา


2. นักเตะ เบนจามิน สตัมบูลี่ อายุ 24 ปี
  • สังกัดสโมสร : หมู่สเปอร์ส ค่าจ้างอยู่ที่ 4,7 ล้านปอนด์ อพยพจาก กรุ๊ปมงต์เปลลิเย่ร์ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

ซึ่งถึงจักเข้ามาร่วมทัพไก่เดือยทอง ด้วยเหตุผลเพราะคณะพลาดได้ตัว มอร์กก็อง ชไนเดอร์แล็ง ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เถอะ แต่ปีที่แล้วในลีกเอิง หมอนี่เล่นได้ท็โดดเด่นสุดๆ


3. นักเตะ ราดาเมล ฟัลเกา อายุ 28 ปี

  • สังกัดสโมสร : ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนธิสัญญากู้ยืมตัว จากกรุ๊ป โมนาโก + เงิน 6 ล้านปอนด์ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้า

เรียกได้ว่าสุดยอดกองหน้าคนนึงแห่งยุค ยิงระเบิดระเบ้อกับทุกกรุ๊ปที่ค้าแข้งด้วย ถึงแม้จักถูกมองว่าหน้าเงิน แต่วิเคราะห์ บอลฝีเท้าของเขา ก็ไม่ยอมไม่ได้ว่า ของครัน


4. นักเตะ อาเบล เฮอร์นันเดซ อายุ 24 ปี

  • สังกัดสโมสร : ทีมฮัลล์ ซิตี้ ค่าจ้างอยู่ที่ 9,5 ล้านปอนด์ ขนจาก ฝ่ายปาแลร์โม่ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้า

เขานั้นเป็นกองหน้า ทีมชาติอุรุกวัย ชุดลุยฟุตบอลโลก 2014 ครั้งที่พ้นมา พร้อมทั้งยังมีประสบการณ์ในลีกอิตาเลี่ยนตั้งแต่อายุ 18 ปี หน่วยก้านดี ความเร็วสูง น่าจักแจ้งเกิดในแดนผู้ดีได้ไม่ยาก


5. นักเตะ ดาลี่ย์ บลินด์ อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตอบแทนอยูที่ 14, ล้านปอนด์ ยักจาก กรุ๊ปอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 
  • เล่นในตำแหน่ง : แบ็กซ้ายพร้อมทั้งกองกลางตัวรับ

ก็เรียกได้ว่า คงจักเชื้อไม่ทิ้งแถว เหตุด้วยลูกชายของนักเตะในตำนานดัตช์อย่าง แดนนี่ บลินด์ ที่เป็นนักเตะยุคโมเดิร์นของแท้ เพราะเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรับ ฟอร์มสะเด่าเหโจษจันเกินในบอลโลก2014


6. นักเตะ มาร์กอส โรโฮ อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าจ้างอยู่ที่ 16, ล้านปอนด์ เคลื่อนย้ายจาก พวกสปอร์ติ้ง ลิสบอน 
  • เล่นในตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, แบ็กซ้าย กับปีกซ้าย

เขานั้นเป็น คนที่ตัวคล้ายๆ บลินด์ แจ้งเกิดจากบอลโลก 2014 เหมือนกัน แต่เขาแข็งแกร่งมากกว่า เล่นได้ตั้งแต่ ตำแหน่งเซ็น เตอร์ฮาล์ฟจนไปถึงทุกตำแหน่งในสนามที่เป็นฝั่งซ้าย และเป็นขาโหดในการเข้าสกัดตัวแน่แท้


7. นักเตะ ซาดิโอ มาเน่ อายุ 22 ปี



  • สังกัดสโมสร : คณะเซาธ์แฮมป์ตัน ค่าตอบแทนอยู่ที่ 10 ล้านปอนด์จาก ยักย้ายจาก พวกเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
  • เล่นในตำแหน่ง : ปีกซ้ายพร้อมด้วยกองหน้า

พร้อมกับถึงแม้ว่า เขานั้นอาจจักดูโนเนมไปบ้างเหตุด้วยตัวจี๊ดกลุ่มชาติเซเนกัล แต่สถิติ 45 ประตู จาก 87 เกมกับเร้ดบูลล์ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว อายุยังน้อยแต่แข็งแกร่ง รวดเร็วหาตัวจับยากคนนึง


8. นักเตะ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : อยู่กรุ๊ปคิวพีอาร์ ด้วยให้คำมั่นหยิบยืมตัวมาจาก เหล่านาโปลี 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้ากับปีก

เพราะก่อนเซ็นสนธิสัญญากับนาโปลีในปี 2011 เอเย่นต์ส่วนตัวเอื้อนว่า แข้งหมู่ชาติชิลีรายนี้ถูกจีบจากทั้ง
  • ฝ่ายเอซี มิลาน
  • กรุ๊ปอินเตอร์ มิลาน
  • กลุ่มลิเวอร์พูล
  • พวกอาร์เซน่อล
  • เหล่าบาร์เซโลน่า 
  • กรุ๊ปเชลซี 

9. นักเตะ ริคกี้ อัลบาเรซ อายุ 26 ปี



  • สังกัดสโมสร : เหล่าซันเดอร์แลนด์ คำมั่นหยิบยืมตัวจากทีมอินเตอร์ มิ ลาน 
  • เล่นในตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก

เขาอยู่ในทัพ กรุ๊ปฟ้าขาวชุดรองแชมป์โลก 2014 ล่าสุดเหมือนกัน พร้อมด้วยยังเป็นตัวหลัก ของ พวกอินเตอร์อยู่ช่วงนึง ก่อนจักถูกดร็อปในช่วงหลัง กับ กรุ๊ปแมวดำอาจจักเป็น โอกาสให้เขากลับมาสร้างชื่ออีกครั้ง


10.นักเตะ เอสเตบัน คัมบิอาสโซ่ อายุ 34 ปี

  • สังกัดสโมสร : กลุ่มเลสเตอร์ ซิตี้ จากที่ไร้สังกัด 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

เพราะภายหลังที่ได้ คว้าแชมป์ มาเป็นที่มากมายกับพวก เรอัล มาดริด และทีม อินเตอร์ มิลาน ก่อนจะกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด จากชื่อเสียงกับฝีเท้าที่พ้นมาน่าจับตามองว่าสิงห์เฒ่ารายนี้จักเอาตัวรอดได้ดีแค่ไหนในลี กผู้ดี

ฟัลเกา ขอผลิตสกอร์ พาฝ่ายผีแดงผงาดแชมป์


ฟัลเกา ขอตั้งเป้า กับการผลิตสกอร์ผลบอลให้ หมู่ปีศาจแดง แบบเป็นกอบเป็นกำจนนับ ไม่ถ้วน เพื่อพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ให้ได้

เพราะว่าที่ดาวยิงเพชฌฆาตของ เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ เป็นสโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งเป้ายิงประตูแบบถล่มทลาย พร้อมกับพาต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาครองให้จงได้ในฤดูกาลนี้ เพื่อกอบ กู้ศักดิ์ศรีและเรียกความเชื่อมั่นในการเป็นทีมระดับบิ๊กเนมกลับคืนมา

ซึงทาง เอล ติเกร อาจจะได้โหมโรงนัดแรกในสีเสื้อฝ่าย ปีศาจแดง ในเกมลีกที่จักเจอ กับฝ่าย ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส วันอาทิตย์นี้ 14 กันยายน นั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า เป้า หมายของผมคือการยิงประตูให้ได้เป็นกอบเป็นกำพร้อมด้วยพาคณะคว้าแชมป์ ซึ่งมันเป็น สิ่งที่สำคัญมากเนื่องด้วยผมที่จักมีส่วนช่วยสโมสรพร้อมด้วยฝ่ายชาติโคลอมเบีย เพราะว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมเพราะด้วยศึก โคปา อเมริกา พร้อมด้วย เวิลด์ คัพ ปี 2018
พร้อมกับด้วย พรีเมียร์ลีก นี่คือลีกที่ดีที่สุดในโลก พร้อมด้วยก็มีนักเตะที่ดีที่สุดอยู่ที่นี่มากมาย พร้อม กับคุณเองก็ต้องท้าทายกับแข้งเหล่านี้ในทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต่อผู้เล่นอย่างผมที่กำลังมองถึงการพัฒนาฝีเท้า, ยิงประตูให้ได้มากมาย ด้วยกันคว้าแชมป์ ด้วยกันนี่มันถือเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมของผมแท้จริงๆ

อีกทั้ง พร้อมกันนี้ ฟัลเกา ยังได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ยอมเคลื่อนไปอยู่กับพวก เรอัล มาดริด ด้วย กันกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อมาอยู่กับ เหล่าปีศาจแดง ว่า กรุ๊ปแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการได้ตัวผมตลอดช่วง 2-3 เดือน ซึ่งถึงแม้จักมีฝ่ายอย่างกรุ๊ป เร อัล มาดริด สนใจในตัวผม แต่ผมต้องการมาอยู่กับเหล่า แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะนี่คือสโมสรที่ยอด เยี่ยมพร้อมทั้งมีความเป็นมาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยเป็นที่ๆ จักทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ มีบางช่วงนะที่ผมลังเล เรื่องเปลี่ยนที่คณะจนถึงขึ้นเครียดหนักเลย แต่ท้ายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกวันนี้ที่สุดมันก็เกิดขึ้น พร้อมกับนี่คือโอกาสสำคัญของผม เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่งหลังเพิ่งหายเจ็บมา

ธีรศิลป์ ฟิตซ้อมฟุตบอลอย่างหนักหวังที่จักมีชื่อลงเล่นเกมดวล กอร์โดบ้า





ล่าสุดความเคลื่อนไหวของ มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าหมู่ชาติไทย ที่เวลานี้ยักย้ายถ่ายเทไปค้าแข้งกับ อัลเมเรีย ในเวทีลาลีกา สเปน ด้วยสบถสาบานยืมตัวจาก เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 1 ฤดูกาล เพราะต้นสังกัดของ ธีรศิลป์ มีโปรแกรมลงเตะลาลีกา สเปน นัดที่ 3 ด้วยการเปิด บ้านต้อนรับการมาเยือนของ หมู่กอร์โดบ้า

พร้อมกับล่าสุด ธีรศิลป์ แดงดา ได้กล่าวว่า ขณะนี้สภาพร่ายกายเปิดมู่ลี่สมบูรณ์ขึ้นตามลำดับ ไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ตนจะทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้มีโอกาสมีชื่ออยู่ ในพวกเกมเปิดบ้านรับ กอร์โดบ้า ส่วนตัวถือว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก แต่ก็ขึ้นอยู่ กับทีมงานสต๊าฟที่จักมองว่าตัวเองเหมาะสมกับการเล่นนัดนี้หรือไม่ไม่

โดยที่เหตุด้วย เหล่า อัลเมเรีย นั้นจะประกาศระเบียนตาราง แข่งบอล 18 ผู้เล่นชุดที่จักพบกับ กอร์โดบ้า

เจ้าถั่วน้อยรู้งานยกให้เจ็ทโด้เก่งกว่าเมสซี่



ครั้งถั่วน้อย รู้จักที่จะวางตัว หลังเขยิบร่วมทัพ หมู่ราชันชุดขาว แบบยืมตัว ยก โรนัลโด้ เก่งกว่าเมสซี่ ด้วยเหตุผลมีความสม่ำเสมอมากกว่า

เพราะว่าที่ ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นานเดซ กองหน้าป้ายแดงของพวก เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา ลีกา สเปน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ เพราะยกให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกเพื่อนร่วมทีมเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ามหัศจรรย์ของ บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอด กาล เพราะว่าให้เหตุผลว่า ซีอาร์เซเว่น เป็นผู้เล่นที่รักษามาตราฐานของตัวเองได้ดีกว่าดาวเตะพวกชาติอาร์เจนติ น่า

พร้อมกับกองหน้าสนธิสัญญาเช่าจากพวก แมนสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงเพื่อน ร่วมทีมชาวโปรตุกีสว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน โรนัลโด้ ไม่ปางแต่เขาจักทำได้ดีในแต่ละเกม แต่เขาทำหน้าที่ได้เหมือนกันในทุกๆวัน สำหรับผม โรนัลโด้ คือนักเตะที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ แต่เพราะว่าส่วนแล้วผมคิดว่า โรนัลโด้ เก่งกว่า เมสซี่ นะ

ทางด้านเอรานิโอเชื่อว่า ตอร์เรสฟอร์มบู่เหตุเหล่าสิงห์ไม่หนุนหลัง

ทางเอรานิโอ เชื่อว่า สาเหตุที่ เอลนินโญ่ ฉายแสงไม่ออกกับตารางบอล หมู่สิงห์บลูส์ เป็นเพราะว่าไม่ได้รับการหนุนหลัง เปรียบเหมือนรถยนต์ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่มั่นกลับมาฟอร์มโหดแน่กับ  หมู่ปีศาจแดง-ดำ

เมื่อสเตฟาโน่ เอรานิโอ ที่เป็นโค้ชเยาวชนของ ทีมเอซี มิลาน ซึ่งเป็นสโมสรชั้นนำแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

เชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกชาวสแปนิชโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีกับ หมู่เชลซี ยอดฝ่ายดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นเป็นเพราะว่านักเตะไม่ได้รับการหนุนภายหลังทาง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ชาวโปรตุกีส

ซึ่งได้เปรียบเทียบตัวนักเตะว่าเป็นเหมือนรถยนต์ที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็มั่นใจว่า เอลนินโญ่ จะกลับมามีฟอร์มที่สุดยอดอีก ครั้งกับทัพ คณะปีศาจแดง-ดำ

อีกทั้งอดีตกองกลางหมู่ชาติ อิตาลี ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอร์เรส เป็นผู้เล่นที่เจียมเนื้อเจียมตัวมาก ด้วยกันเขาก็เป็นผู้เล่นที่มีเทคนิคด้วยกันฝีเท้าอันยอดเยี่ยม แต่ช่วงไม่กี่ปีที่สร้าง ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้รับโอกาสและได้แต่นั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง เชลซี ซึ่งเขาก็ เหมือนกับรถยนต์คันหนึ่งนะ เขาจำเป็นต้องหาฟอร์มเก่งให้เจอ เขาจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวโค้ชด้วยกันคนรอบ ตัว

พร้อมทั้งในฐานะโค้ชนั้นผมขอพูดเลยว่าผมต้องการมีผู้เล่นแบบ ตอร์เรส อยู่ในคณะ เขา เดินทางมา อิตาลี ด้วยความกระตือรือร้นที่ยอดเยี่ยม เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่เหมาะสมเป็นนักเตะของ เอซี มิลาน เอรานิโอ ร่ายยาว
เพราะหลังจากที่ร็อบบี ฟาวเลอร์ อดีตนักเตะพวกหงส์แดง พร้อม ทั้ง เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวยื่นใบสมัครงานเป็นกุนซือคณะลีดส์ ยูไนเต็ด

ซึ่งร็อบบี ฟาวเลอร์ ที่เป็นอดีตกองหน้าระดับตำนานของ เหล่าหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งเคย ทำหน้าที่โค้ชตารางบอลให้กับสโมสร หมู่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หนึ่งในกรุ๊ปยักษ์ใหญ่ของศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก ระหว่างปี 2011-2012

ได้ตกเป็นข่าวในการยื่นใบสมัครงานเป็นกุนซือ คณะลีดส์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งสังกัดเก่าเวลาเจ้าตัวยังค้าแข้ง หลัง ทีมยูงทอง เพิ่งปลดเดฟ ฮ็อคคาเดย์ ออกจากตำแหน่งผู้ จัดการกลุ่ม ทั้งที่ฝ่ายหลังเพิ่งกำกับลีดส์ได้แค่ 6 นัดจากทุกรายการ

ทั้งนี้ฟาวเลอร์ ได้แจ้งเกิด พร้อมด้วยได้ลงเล่นให้ เหล่าลิเวอร์พูลถึง 2 ช่วงเวลา

  1. 1993 - 2001 
  2. 2006 - 2007 


ซึ่งได้ลงเล่นไปทั้งหมด 369 นัดจากทุกรายการไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำได้ 183 ประตู

ติดอันดับสูงสุดเป็นอันดับ 5 ตลอดในพระราชพงศาวดารศาสตร์ สโมสร นอกจากนี้ ยังเคยติดคณะชาติอังกฤษ 26 ครั้ง ทำประตูได้ 7 ลูก

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เผื่อว่าสมมุติลูกฟุตบอลแหลมทองวรรคเอเชียนเกมส์สนุกโศภิตกว่า จากนั้นพี่จักฝืนไปใย?

ถ้าแม้กลุ่มชุดเอเชียนเกมส์มันดีกว่า แล้วพี่จักฝืนไปใย?




ซึ่งก่อนที่จะได้ยกพลไปแข่งในศึกชิงจ้าวอาเซี่ยน ที่แดนลอดช่อง เพราะว่าที่ กุนซือใหญ่ นั้นได้ย้ำมาเสมอนี่คือชุดใหญ่เหล่าฟุตบอลชาติไทย ด้วยกันตนปางยึดฝ่ายเอเชียนเกมส์เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด

เพราะที่ผลงานใน 3 นัด ของการอุ่นแข่ง
  1. ชนะ ฟิลิปปินส์http://xn--42c8b0ajg0apvrr6k8f.net/ 3-0
  2. ชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซีผลบอล 1-0 
  3. ชนะ นิวซีแลนด์ผลบอล 2-0 

ซึ่งอาจดูสวยงามในรูปแบบของผลการแข่งขัน

สำหรับส่วนตัวผมแล้ว ความต่อเนื่องในรูปเกม และความเข้าใจในระบบ หรือไม่จักพูดตรงๆ คือ ซึ่งการเข้าขารู้ใจ กันในฝ่าย มันเทียบกันไม่ได้เลย กับทีมชุด อินชอนเกมส์




พร้อมกับจากหลังที่ลอดผลงานนัดแรกบนภารกิจทวงเจ้าอาเซียนที่ว่ากันว่า ต่ำกว่าแชมป์คือล้มเหลว ถึงแม้ว่าจักหอบ 3 แต้มแรกได้ดั่งใจ

แต่นั่นก็มีหลายข้อที่คนสนับสนุนบอล ด้วยกันดูบอลไทยมาเกินกว่าครึ่งชีวิตอย่างผม ตะกลามกราบทูลพี่โก้เหเอิกเกริกเกิน!

เพราะตัวของพี่โก้ของน้องๆ ในพวกชาติ นั้นย้ำนักย้ำหนา ว่านี่คือหมู่ชาติชุดใหญ่ของสยามประเทศ เราจักไม่ยกทีมเอเชียนเกมส์มาแบบยกเข่ง เพราะจักใช้การผสมระหว่าง ความสดกับความเก๋า

ซึ่งหลังจากที่พ้นเกมแรกมาได้ สิ่งที่ผมทะเยอทะยานเผยพี่โก้อันเป็นที่รักยิ่งคือ คิดใหม่!!!




พร้อมกับสกอร์ผลบอล 2-1 ที่เหนือเจ้าภาพ นั้นถือว่าสอบทะลวงในแง่ของผลลัพท์ที่ต้องการและยกแรงกดดันออกจากอก

แค่แต่ว่า ถ้าหากมองในรูปเกม พร้อมด้วยหยิบมาชำแหละกันตั้งแต่

  1. แนวรับ
  2. กองกลาง
  3. แนวรุก 


ซึ่งก็คงจักต้องตรัสว่ามีอะไรที่ทั้ง 22 นักเตะกรุ๊ปชาติไทยชุดนี้นั้นทำได้ดีกว่าที่เห็นขณะวาน


เหตุด้วยผู้รักษาประตูอย่าง เจ้าตอง เหรอ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ทำผลงานได้อย่างหายห่วง เพื่อนพ้องไว้ไจได้ ลูกโด่งรับกิน ลูกยากช่วยกองหลังได้มากโข แต่ลูกที่โดนทะลวงตาข่ายขณะวาน คงยากเกินกว่าจะเซฟได้แน่แท้ๆ

ส่วนวิเคราะห์บอลทางด้าน กองหลัง ก็ทำผลงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ แม้ยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เพราะเฉพาะ เจ้าบิ๊ก ประวีณวัช บุญยงค์ แต่สุดท้ายก็รอดพ้นการเสียประตูที่ 2 มาได้

ในด้านของ กองกลาง ตัวผมนั้นขอยกให้เป็นจุดแข็งของทีมชาติไทยยุคใหม่อย่าง

  1. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  2. สารัช อยู่เย็น
  3. ชาริล ชัปปุยส์ 


ซึ่งทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่เอเชียนเกมส์ และเกมจนถึงวานทั้งสามคน ก็ยังทำได้ตามมาตรฐานเดิม



ตัวของ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ที่เดินเกมด้านซ้ายร่วมกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ก็ทำผลงานได้สะเด่าครันๆ

กับในด้านของ สารัช อยู่เย็น ถึงแม้ว่าสรีระทางด้านร่างกายจะเล็กกว่าชาวบ้าน แต่เรื่องหัวจิตหัวใจไม่ต้องพูดถึง พร้อมทั้งที่สำคัญกว่านั้นเขาเป็นคนที่มีความขยันแบบสุดยอด แถมยังมีทีเด็ดกับการส่องไกลแบบสวยๆ

ในขณะที่ลูกครึ่งสุดหล่อขวัญใจแม่ยก อย่าง ชาริล ชัปปุยส์ ก็ผลงานแจ่มแจ๋ว พร้อมกับประเดิมประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ จากจุดโทษที่เฉียบขาด พร้อมกับเป็นประตูชัยให้พลพรรคช้างศึก

ทางด้านของ ประกิต ดีพร้อม พร้อมกับ มงคล ทศไกร ผลการสอบ ก็ทะลวงในระดับที่น่าพอใจกับการรับใช้กลุ่มชาติ แม้บางจังหวะจักดูเหมือนว่าไม่ค่อยเข้าใจกับน้องๆ ในหมู่ก็ตาม



มาพูดถึงกองหน้า ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า กีรติ เขียวสมบัติ มีดีกว่า อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นแน่แท้ไม่ก็ไม่ครับ?

เรื่องมันก็จริงๆอยู่ครับที่ว่าตัวของ กีรติ นั้นอาจจะมีรูปร่างที่ใหญ่กว่า พร้อมด้วยเล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่จากผลงานตราบวานที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ชั่วโมงนี้ ผมยังมั่นใจว่ากองหน้าป้ายแดงของบีอีซี เทโรศาสน อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร น่าจะดีกว่า

และผลงานจาก ศึกเอเชียนเกมส์นั้นทำให้ ตัวของเจ้ากอล์ฟ ก็เล่นด้วยความมั่นใจ พร้อมด้วยนี่เองคือเหตุผลที่โค้ชใหญ่อย่าง ซิโก้ ต้องเลือกว่าควรใช้ใครดีกว่ากัน!!

ซึ่งถ้าสมมติว่าจักมาพูดถึง รายการตัวสำรอง ด้วย จอมจี๊ดจ๊าด ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ทันทีที่ถูกส่งลงสนาม เรียกว่าเจ้าเจ ลงมาป่วนแข้งเจ้าถิ่นเพราะแท้ ก็เพราะว่าตลอด 20 นาทีที่ลอดมา เมสซี่เจเมืองไทย ได้โชว์ลีลาเด็ดดวง และที่สำคัญ เรียกได้ว่าเข้าขากับเพื่อนร่วมเหล่าอย่างเนียนตาเหโจษเกิน




เพราะด้วยสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เพื่อต้องการแจ้งให้ทราบไปถึงพี่โก้ พี่ชายพร้อมกับไอดอลในวัยเด็ก ได้รู้ว่า พี่โก้ต้องยอม คิดใหม่ นั่นคือถ้าหากเด็กมันดีกว่าแข้งที่มีอยู่ ก็อย่าฝืนเลยครับ!

เพราะที่อย่าไปกลัวว่าใครจะพูดว่า กรุ๊ปชาติชุดใหญ่ ทำไมมีแต่ตัวนักเตะเอเชียนเกมส์กันหว่า ?

แม้แต่ด้วยเหตุผลที่ว่ากันว่า อย่างน้อย นั้นก็มีผมคนนึงล่ะ ที่มองว่า นักเตะจากโปรแกรมบอลชุดเอเชียนเกมส์ชั่วโมงนี้ มันดีกว่าจริงๆครับ

เรื่องเพราะ บ.ส้มซิ่ง

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล: แฟนบอล ยานาไซ อย่าดูหนอ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




เพราะ 3 คะแนนสำคัญของ ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือกลุ่มรองบ่อนอย่าง คณะคริสตัล พาเลซ 1 - 0 ขณะสุดสัปดาห์ที่พ้นมา คงจักไม่เกิดขึ้นแน่ๆ แม้อดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงตราบใดช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข เพราะการวิเคราะห์บอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจะห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ ไม่ก็ถ้าจักให้พูดแท้จริงๆ ก็น่าจะเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจักทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล คณะปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จักให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะเหล่าโปรดของตัวเอง บางกรุ๊ปันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วแน่นอน ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


ด้วยกันความยิ่งแล้วผมตะกลามจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ ไม่ก็ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างบานตะไทอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจักโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเลือกระฉ่อนกที่จะเลี่ยงไปก่อน แต่ทันทีที่กาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็ขึ้นต้นได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหลือแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหละบือแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

เพราะเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วแน่แท้ๆ เพราะด้วยฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจักส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง พร้อมทั้งจบด้วยการยึกๆ ยักๆ พร้อมทั้งอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ หมู่ปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

พร้อมด้วยผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวแน่แท้ เพราะว่าเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก หมู่อสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงสำหรับติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจะแจ้งให้ทราบว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จักรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ เหล่าปีศาจแดง นั้นมีเหนือ หมู่ปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อหมู่อย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ โดยเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของฝ่าย พร้อมด้วยก่อนที่ ชาร์ลี จะไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย พร้อมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล ช่วงเวลาที่เพิ่งจะได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย ครันๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจักมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เพราะว่ามันจักทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง กับดูเหมือนว่าโอกาสนี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจักถูกต้องเสียด้วย

และนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง พร้อมด้วยให้สนนราคาจนเกินตัวไปบานเบอะมาก สิ่งที่ผมจะพูดหลังจากนั้นอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ กรุ๊ปหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่กลุ่มชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า พร้อมกับดูดีมีอนาคตกว่าอื้อซ่า

ซึ่งถ้าสมมตใครจักหมายว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจักตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงเพราะไม่หวังผล ซึ่งสมมติ ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวต่อจากนั้นลำยากแน่ๆ

ถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ทะลุทะลวงไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า ริเริ่มจะมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในฝ่ายชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าสมมติ ลองย้อนกลับไปขณะฤดูกาลที่แล้ว ระยะเวลาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น พร้อมกับก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงประเดิมสนามในคณะชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค ทีมเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ คณะคริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 และเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

พร้อมด้วยหลังจากนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง คราวเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวแท้จริงครั้งแรกในเกมที่พบกับ กลุ่มซันเดอร์แลนด์ เพราะเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 พร้อมกับภายหลังเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มตามจีบ พร้อมด้วยหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่เพราะด้วยผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล หลังจากเกมดังกล่าวด้านบน ทีมปีศาจแดง ก็จัดการมอบสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์หรือไม่ประมาณ 3 ล้านบาท ต่ออาทิตย์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นคำมั่นที่เด็กอายุ 18 ปีจะได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์ไม่ใช่หรือหมาย 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะเท่าชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมหรือไม่ไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าแรงมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมเยอะมากๆ เลย พร้อมด้วยอย่างที่พูดละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับเหล่า บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรราวๆนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนเหรอเปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นปฏิญาณยิ้มแป้น รับทรัพย์พร้อมกับเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่ต้องการจักเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน กล่าวว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจักเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย แท้จริงครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

ด้วยกันผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จะเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในพวก ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก หมู่ปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในฝ่าย เราก็คือสายเเลื่องดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกเหล่าชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

พร้อมทั้งรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น พร้อมทั้งเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวจริงๆบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนโดย : Giggsmanu11

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลเอิ้นได้ว่าเปลี่ยนแปลงครอบครองหนังคนละบิดเพราะศึกพรีเมียร์ลีก

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังคนละม้วน




เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกถือว่าตื่นเต้นและคู่คี่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ชนิดที่ว่ากว่าจะเหลือแคนดิเดตสองทีมที่ได้ชิงดำกันจริงๆ ก็แทบจะไม่กี่นัดสุดท้ายแล้ว

แต่ว่าการวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล 2012 - 2013 ได้สร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ต่อโฉมหน้าของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

ซึ่งในระหว่างฤดูกาลที่แล้ว สำหรับตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนมือถึง 25 ครั้ง เมื่อเทียบกับแค่ 4 ครั้ง ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และถือเป็นการเปลี่ยนทีมนำบนหัวตารางมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรายการ รองจาก 29 ครั้งในฤดูกาล 2001 - 2002

โดยหลังจากที่หมดยุคของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ โค้ชอย่างเฟอร์กี้ เดวิด มอยส์ และไม่สามารถประคับประคองทีมชุดแชมป์ให้คงผลงานเอาไว้ได้ ผลก็คือปิศาจแดงทำผลงานกระท่อนกระแท่น จนกลายเป็นทีมที่หมดลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งนั่นเท่ากับทำทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ หมดคู่แข่งไปหนึ่ง และเป็น ทีมอาร์เซนอลที่เริ่มออกตัวได้แรงกว่าใครในโค้งแรก ถือเป็นปีที่ปืนใหญ่ยืนระยะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้ยาวนานกว่าที่เคย แต่สุดท้ายอาร์แซน เวนเกอร์ก็รับมือกับปัญหานักเตะตัวหลักๆ เจ็บ และผลงานที่ดร็อปลง ในที่สุดไม่ไหว จนต้องกลับมาลุ้นท็อปโฟร์เหมือนเคยเมื่อผ่านเข้าผ่านสู่ช่วงควอเตอร์สุดท้ายของฤดูกาล




สำหรับทีมเชลซีที่ได้โค้ชอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน และยอดกุนซือแสบก็นำทีมสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาที่สุดทีมหนึ่งในปีที่แล้ว เพราะป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างอันดับ 1 - 4 ถึง 37 จาก 38 นัด แต่แม้จะเบียดขึ้นมาครองจ่าฝูงได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ เดือนมีนาคม

เพียงแต่ว่าการกาวิเคราะห์ผลบอลสะดุดแพ้ถึง 3 จาก 6 นัดในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ทำให้ ทีมสิงห์ครามหลุดวงโคจรไป

ตามมาด้วยทีมลิเวอร์พูล ที่ได้กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้มากที่สุด เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างพีกสุดๆ ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็โชว์ฟอร์มกันได้อย่างดี ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นำทีมลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว หลังจากไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้มานานหลายปี

ซึ่งการที่ชนะ 11 นัดรวด ในระหว่างนัดที่ 25 - 35 ของฤดูกาล ทำให้ทีมหงส์แดงกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือ ก่อนที่การลื่นแห่งฤดูกาลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในเกมกับ ทีมเชลซี จะกลายเป็นจุดพลิกผันขึ้นในที่สุด



ตามมาด้วยทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ค่อยๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้ขึ้นไปแตะจ่าฝูงแค่ไม่กี่นัดก่อนหน้านั้น ก็ได้กลายเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันไปกิน จากการชนะรวดใน 5 นัดสุดท้าย และการขึ้นนั่งจ่าฝูงเพียงแค่ 3 เกมหลังสุด ก็เพียงพอสำหรับ ที่ทีมเรือใบสีฟ้าที่จะแล่นเข้าสู่เส้นชัย ปล่อยให้หงส์แดงต้องชอกช้ำ เพราะดันไปเสมอ ทีมคริสตัล พาเลซ 3-3 ในนัดรองสุดท้าย ทั้งที่นำห่าง 3-0 ก่อน

และฤดูกาลนี้หลายคนวาดภาพว่าการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์บอลคงจะสนุกตื่นเต้นและเร้าใจไม่แพ้ปีก่อน เพราะแต่ละทีมน่าจะมาปล่อยของกันเต็มที่กว่าเดิม และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะกลับมาร่วมวงได้ หลังจากได้กุนซือมือดีอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮัล เข้ามากอบกู้

โดยที่โค้ช มานูเอล เปเญกรินี่ ที่พา ทีมแมนฯ ซิตี้คว้าดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีกคัพตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม คงจะมีดีอะไรมาโชว์ให้เห็นกันอีก ส่วน ทีมอาร์เซนอล ที่ปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 9 ปีได้ ก็คงจะมั่นใจมากขึ้นในการกลับมาแก้มือในปีนี้

ซึ่งทีมลิเวอร์พูล ดูจะต้องลุ้นมากกว่าเพื่อนเพราะเสียหัวใจหลักของทีมอย่างซัวเรซไป แต่ผลงานของร็อดเจอร์สที่ทำไว้ในปีก่อนจนได้รับคำชมอย่างมาก ก็น่าจะทำให้ ทีมหงส์แดงสานต่อฟอร์มที่ดีเอาไว้ได้

ซึ่งทีมที่รอเสียบเข้าท็อปโฟร์อย่าง ทีมสเปอร์ส และ ทีมเอฟเวอร์ตัน ก็น่าจะเป็นตัวแปรให้การลุ้นสนุกขึ้นเช่นเดียวกับปีที่แล้ว

เพียงแต่ว่า เมื่อเอาเข้าจริงๆ หลังจากผ่านไปแค่ 11 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ทีมเชลซี กลับกลายเป็นเต็งหามที่จะเข้าป้ายแชมป์แบบนอนมาไปซะแล้ว เมื่อ โค้ชมูรินโญ่ที่เข้ามาปรับจูนทุกอย่างจนเข้าที่แล้วเมื่อปีก่อน นำทีมสร้างผลงานได้อย่างเด็ดขาดในปีนี้




สำหรับทีมสิงห์ครามนั้น นั่งแป้นจ่าฝูงมาตั้งแต่แข่งนัดแรกจบ และไม่ยอมลงจากบัลลังก์เลยจนถึงตอนนี้ ด้วยสถิติชนะ 9 เสมอ 2 ขณะที่คู่แข่งทีมอื่นๆ ไม่เข้ารกเข้าพง ก็ยืนระยะโชว์ฟอร์มสวยๆ ได้แต่ 2-3 นัด ก็เหี่ยวปลายตายธรรมชาติไปชนิดที่นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ

สถานการณ์ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นไม่ฟื้นกลับมาอย่างที่หลายคนคาดหวัง จน ฟาน ฮัล เองยังต้องออกมายอมรับว่าตัดสินใจพลาด ที่มัวแต่คิดเรื่องจะทดลองระบบใหม่ๆ กับทีม ทั้งที่นักเตะไม่คุ้นเคยและปรับตัวไม่ได้กับระบบของเขา

ทางด้าน อาร์เซ เวนเกอร์ ได้ถอดใจไวกว่าเพื่อน ยอมยกธงขาวว่า ทีมอาร์เซนอล หรือ ทีมไหนๆ ก็คงไม่มีปัญญาแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซีได้ในปีนี้ หลังโดนปัญหานักเตะเดี้ยงระนาวเล่นงานแต่หัววัน ส่วนคนที่ไม่เจ็บก็ดันทำฟอร์มเก่งหายไปหมด

ตัวของ ร็อดเจอร์ส เองนั้นก็โดนไปอ่วมจากฟอร์มการเล่นของทีมที่แตกต่างจากปีก่อนมาก หลังจากที่กุนซือหงส์แดงโดนสับเละที่ไม่มีปัญญาเลือกตัวแทนของซัวเรซได้ดีไปกว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยนับตั้งแต่ย้ายมา




และในขณะที่โปรแกรมบอล ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ทำท่าเหมือนจะมาดีสมศักดิ์ศรีแชมป์เก่า ก็ไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง แถมฟอร์มยังดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อดาวเตะตัวหลักๆ โชว์ฟอร์มกันไม่ออก แถมปัญหาในการลงเตะแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ก็ดูจะส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในลีกของทีมด้วย

ซึ่งเดินทางมาจนถึงตอนนี้ภาพของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จึงผิดกับที่หลายคนวาดเอาไว้มาก เพราะถ้าไม่เกิดอาเพศอะไรขึ้นมากับเชลซี ก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาหยุดสิงโตสีครามได้อยู่

สำหรับ ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ที่กลายเป็นทีมม้ามืดที่ฟอร์มพุ่งแรงแบบเซอร์ไพรส์ ทั้งที่เสียทั้งดาวเตะดังๆ และกุนซือฝีมือดีไปในช่วงซัมเมอร์ แถมยังออกสตาร์ตฤดูกาลได้แบบง่อนแง่นเต็มที

เพียงแต่หลังจากนั้น ทีมนักบุญก็ชนะอย่างต่อเนื่องด้วยฟอร์มการเล่นที่มีคุณภาพ และกลายเป็นทีมที่ทำแต้มไล่บี้ทีมเชลซีมากที่สุด โดยตามหลังแค่ 4 คะแนนเท่านั้น




ตามมาด้วยทีมเวสต์แฮมที่ต้องร่วมวงหนีตกชั้นอยู่พักใหญ่เมื่อปีก่อน เป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ตแย่แต่มาฟอร์มดีในช่วงหลัง และขึ้นมาติดท็อปโฟร์เฉย ยังไม่รวมสวอนซีที่อยู่ที่ 5 และ ทีมนิวคาสเซิลที่มาโกยคะแนนในนัดหลังๆ จนขยับจากทีมบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 8 แล้ว

ซึ่งทั้ง ทีมอาร์เซนอล, ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมลิเวอร์พูล นั้นยังอยู่นอกกลุ่มท็อปโฟร์ และดูจากแต้มที่โดนทิ้งห่างกัน 10 กว่าคะแนนขึ้นไปแล้ว คงจะไปฮึดไปเบียดแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซี ยากเต็มที เหลือก็แค่ ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ยังพอได้ลุ้นอยู่ แต่ก็คงต้องเค้นฟอร์มที่ดีกว่านี้มากๆ ออกมา และต้องลุ้นให้ ทีมเชลซีฟอร์มหลุดกระจุยกระจายด้วย

และถ้าหากจะพูดได้ว่าคงยากที่จะเห็นมูรินโญ่ปล่อยให้ความได้เปรียบขนาดนี้หลุดมือไป และถ้าไม่มีจุดพลิกผันที่มโหฬารจริงๆ การลุ้นแชมป์ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปีนี้คงจะกลับไปจืดชืดเหมือนเดิม และความมันน่าจะอยู่ที่การลุ้นอันดับท็อปโฟร์กันมากกว่า