แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ข่าวฟุตบอล: ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 23 พรรษา 2558

ฟุตบอล: เรือบุกเจ๊าสิงห์บลูส์1-1ตามหลัง5แต้มเท่าเดิม



  • การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015 นัดที่ 23
  • การแข่งวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558
  • กลุ่มเชลซี 1 - 1 กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • แข่งที่สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
  • กรรมการผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก


วิเคราะห์ผลบอล: ในนาทีที่ 7 กรุ๊ปแมนฯซิตี้ ได้ลุ้นประตูจาก แฟร์นันดินโญ่ หลุดเข้าเขตโทษทางด้านขวาก่อนจักยิงหลุดกรอบออกหลังไป

เพราะนาทีที่ 24 กรุ๊ปเยือนมีโอกาสจาก เซร์คิโอ อกูเอโร่ กระซากบอลหนี เคิร์ต ซูม่า ก่อนยิงไปโดน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกไปได้

ต่อมานาทีที่ 33 กลุ่มเรือใบ เล่นเกมสวนกลับเร็วกับ จอห์น เทอร์รี่ สกัดบอลพลาด ทำให้ เซร์คิโอ อกูเอโร่ หลุดไปดวล ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนยิงหลุดเสาออกหลังนิดเดียว

ซึ่งนาทีที่ 42 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำขณะ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โยนบอลไปให้ เอแด็น ฮาซาร์ด ปาดเร็วจากด้านซ้ายมาหน้าประตู โลอิก เรมี่ เข้าชาร์จไม่พลาด 1 - 0

พร้อมกับนาทีที่ 45 เหล่าเยือนตามตีเสมอทันควันปาง ติโบต์ กูร์กตัวส์ ตัดบอลพลาดจนเข้าทาง เซร์คิโอ อกูเอโร่ ยิงอัดเข้ามาแล้ว ดาบิด ซิลบา ล้มตัวจิ้มเข้าไปเป็น 1 - 1

ต่อมานาทีที่ 55 ทีมแมนฯซิตี้ มีลุ้นจากการโหม่งของ แฟร์นันดินโญ่ ก่อนที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ จะกระโดดปัดบอลออกหลังไป

ในช่วงท้ายเกมหมู่เยือนบุกหนักหวังยิงประตูขึ้นนำให้ได้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จจนจบเกม 90 นาทีเสมอกันไป 1 - 1 แบ่งฝ่ายละแต้ม ทำให้ช่องว่างยังห่างกัน 5 คะแนนเท่าเดิม


มาดูรายชื่อผู้เล่นทั้งสองหมู่


ฝ่ายเชลซี : ระบบ 4-2-3-1
  • ตำแหน่งผู้รักษาประตู : 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์
  • ตำแหน่งกองหลัง : 2.บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, 3.เคิร์ต ซูม่า, 4.จอห์น เทอร์รี่, 5.เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า
  • ตำแหน่งกองกลาง : 6.รามิเรส, 7.เนมันย่า มาติช – 8.วิลเลี่ยน, 9.ออสการ์, 10.เอแด็น ฮาซาร์ด
  • ตำแหน่งกองหน้า : 11.โลอิก เรมี่

พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ระบบ 4-2-3-1
  • ตำแหน่งผู้รักษาประตู : 1.โจ ฮาร์ท
  • ตำแหน่งกองหลัง : 2.บาการี่ ซานญ่า, 3.แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, 4.มาร์ติน เดมิเคลิส, 5.กาแอล กลิชี่
  • ตำแหน่งกองกลาง : 6.แฟร์นันดินโญ่, 7.แฟร์นันโด – 8.เฆซุส นาบาส, 9.ดาบิด ซิลบา, 10.เจมส์ มิลเนอร์
  • ตำแหน่งกองหน้า : 11.เซร์คิโอ อกูเอโร่

เป็นการถอนแค้นได้สำเร็จ! ผีแดงเปิดรังฝังจิ้งจอก 3 - 1 ขึ้นรั้งที่ 3





  • การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันเสาร์ที่ 31 มกราคม ปี 2558
  • หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 - 1 ทีมเลสเตอร์ ซิตี้
  • แข่งที่สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
  • กรรมการผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

หลังจากที่ตั้งต้นเกมครึ่งแรก เจ้าถิ่น กรุ๊ปแมนฯยูฯ ได้ลุ้นก่อน ในนาทีที่ 13 จากจังหวะปั่นนอกกรอบโทษของ อังเคล ดิ มาเรีย แต่บอลไปติดกำแพง

ต่อมานาทีที่ 22 เวย์น รูนี่ย์ จ่ายบอลคืนหลังพลาด เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ฉกบอลไปได้แต่โดนเบียด ทำให้จังหวะยิงทำได้ไม่ดีพอบอลข้ามคานออกไป

พร้อมทั้งถัดมาอีก 1 นาทีเจ้าถิ่น ได้โต้กลับ อังเคล ดิ มาเรีย ให้ ลุค ชอว์ พาบอลขึ้นไป ก่อนเปิดเข้ากลางให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้แปเน้นๆ แต่หลุดออกไป

ในนาทีที่ 26 จากความผิดพลาดของแนวรับเลสเตอร์ ทำให้ ดาเล่ย์ บลินด์ ตัดบอลได้ ก่อนโยนขึ้นหน้าให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงด้วยขวาทันที บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่น แมนฯยูฯ ออกนำ 1 - 0

นาทีที่ 31 กลุ่มแมนฯ ยูฯ ได้ขยับหนีห่างเป็น 2 - 0 พอ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เก็บบอลได้ ก่อนแทงทะลุช่องให้ อังเคล ดิ มาเรีย พาบอลขึ้นกราบซ้าย ก่อนยิงมุมแคบ มาร์ค ชวาร์เซอร์ รับไม่ติดมือ ก่อนเป็น ราดาเมล ฟัลเกา ที่วิ่งตัดเข้ามาซ้ำจ่อๆ เข้าไป

นาทีที่ 43 กลุ่มแมนฯยูฯ มาได้ประตูสาม จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เวย์น รูนี่ย์ เปิดเข้ากรอบโทษ ก่อนที่ ดาเล่ย์ บลินด์ จะวิ่งฉีกหนีตัวประกบออกมาโขกที่เสาแรก พร้อมด้วยเป็น เวส มอร์แกน ที่โหม่งสกัดพลาดเข้าประตูตัวเองไป

ทำให้จบครึ่งแรก พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ หมู่เลสเตอร์ ห่างถึง 3 - 0

บุกเบิกเกมส์มาในครึ่งหลังลอดไป 5 นาที เจ้าถิ่น เกือบได้ประตูเพิ่มอีก อัดนาน ยานาไซ พาบอลขึ้นทางซ้าย ก่อนปาดเข้ากลาง ราดาเมล ฟัลเกา แหย่ไม่ถึงบอล ทำให้เข้ามือ มาร์ค ชวาร์เซอร์

นาทีที่ 56 อัดนาน ยานาไซ มีโอกาสลองส่องไกล แต่บอลลอยโด่งข้ามคานออกไป

นาทีที่ 60 เลโอนาร์โด้ อูยัว หลุดเดี่ยวเข้าไปเพราะว่ามี มาร์กอส โรโฮ วิ่งตามประกบไปด้วย แล้วล็อคเข้าในก่อนล้มลงในกรอบเขตโทษ กรรมการชี้ว่า อูยัว ล้มลงเอง แมนฯยูฯรอดตัวไป

นาทีที่ 79 กรุ๊ปเลสเตอร์ มาตีไข่แตกได้สำเร็จไล่มา 1 - 3 คราว มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดไปเสาสอง ฟิล โจนส์ ขึ้นโหม่งไม่ถึง บอลเลยมาถึง มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ พุ่งโขกบอลเข้าไปเต็มๆ ถึงแม้จักโดนเท้า ดาบิด เด เกอา ก็ตาม

ทำให้จบเกม เหล่าปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถอนแค้นคืนสำเร็จ เปิดบ้านเอาชนะ พวกเลสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 3 - 1 เพิ่มเป็น 43 แต้ม ขยับขึ้นรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว


ดูรายการผู้เล่นที่ลงสนามของทั้งสองทีม

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ระบบ  4 - 3 - 1 - 2  :
  1. ดาบิด เด เกอา 
  2. อันโตนิโอ วาเลนเซีย เปลี่ยนตัว ฆวน มาต้า ลงมานาทีที่ 77
  3. ฟิล โจนส์
  4. มาร์กอส โรโฮ
  5. ลุค ชอว์ 
  6. อัดนาน ยานาไซ
  7. ดาเล่ย์ บลินด์
  8. อังเคล ดิ มาเรีย 
  9. เวย์น รูนี่ย์ 
  10. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เปลี่ยนตัว แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ลงมานาทีที่ 69
  11. ราดาเมล ฟัลเกา เปลี่ยนตัว เจมส์ วิลสัน ลงมานาทีที่ 80

คณะเลสเตอร์ ซิตี้ : ระบบ 4 - 3 - 3 :

  1. มาร์ค ชวาร์เซอร์ 
  2. แดนนี่ ซิมพ์สัน
  3. มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ 
  4. เวส มอร์แกน
  5. ริทชี่ เดอ ลาท 
  6. แดนนี่ ดริ้งวอเตอร์ 
  7. แอนดี้ คิง 
  8. เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ 
  9. อันเดรย์ ครามาริช เปลี่ยนตัว มาร์ค อัลไบรท์ตัน ลงมานาทีที่ 62
  10. เลโอนาร์โด้ อูยัว เปลี่ยนตัว เดวิด นูเจ้นท์ ลงมานาทีที่ 62
  11. เจมี่ วาร์ดี้ เปลี่ยนตัว เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ลงมานาทีที่ 45


วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พรีเมียร์ลีก: ครูฝึกร็อดเจอร์สทิ่มหมุด?

โค้ชร็อดเจอร์สปักหมุด?






ภายหลังที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ พวกลิเวอร์พูลในศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก ให้สัมภาษณ์วิเคราะห์บอลเอาไว้หลังเกมเจ๊า ฝ่ายโบลตัน คืนวันเสาร์ที่ทะลวงมาว่า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จะลงซ้อมแบบเต็มที่กับคณะ หลังจากนั้นจะเช็คดูว่าพร้อมหรือมีโอกาสแค่ไหนในเกมเจอ คณะเชลซีวันนี้

กับถ้ายังไม่พร้อมก็จักใช้งานในเกมสุดสัปดาห์กับ ทีมเวสต์แฮม ก็จะให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำหน้าที่ตรงนั้นไปก่อนเช่นเดิม

เรียกได้ว่า เป็นการตัดเยื่อใยกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ แบบชัดเจนอีกครั้ง กุนซือหงส์แดงเห็นว่าฝ่ายได้ประโยชน์จาก บาโลเตลลี่ น้อยมาก เป็นแบบนี้ไม่รู้จะส่งลงเล่นทำไม

เพราะโครงสร้างของเหล่าที่พยายามปรับเปลี่ยนกันมาหลังจากเจอปัญหาใหญ่ยาวเหยียดเกือบ 4 เดือน ไม่มี มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งของโครงสร้างดังกล่าว




กับหลังจากเกมที่พ่ายให้กับ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หงส์แดงมีผลงานที่ขยับขึ้นมาน่าพอใจในระดับหนึ่ง เกมรับที่เละเทะพลาดกันแบบง่ายๆ เริ่มไม่ค่อยมีให้เห็นกันมากนัก

สำหรับความพยายามในการแก้ไขปัญหาตรงนี้แบบเร่งด่วนผลออกมาน่าพอใจ ประเด็นถัดก็คือกองหน้า ดูเหมือน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปักหมุดชัดเจนแล้วว่าความคาดหวังกับเกมที่เหเล่าลืออยู่ทั้งหมดในฤดูกาลนี้อยู่ที่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์

เท่ากับว่าเป็นการปิดฝาผนังการมีส่วนร่วมของ บาโลเตลลี่ แบบสิ้นเชิง เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่ บาโลเตลลี่ จักปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้เหมาะกับสิ่งที่ ร็อดเจอร์ส ต้องการ

ซึ่งกองหน้าต้องเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ปราดเปรียวในการขยับไปตามช่องที่เปิด นอกจากนี้ต้องเป็นนักเตะที่มีความก้าวร้าวดุดันพร้อมด้วยทุ่มเท คือมีเกมเพรสซิ่งทันทีที่เสียบอลเพื่อชะลอเกมของคู่แข่งไม่ก็แย่งบอลกลับมาลุยต่ออีกครั้ง




ซึ่งบาโลเตลลี่ นั้นไม่มีเรื่องราวที่ว่ามา การจ่ายบอลต้องให้ไปที่ตัว การเคลื่อนที่ยังไม่จี๊ดจ๊าดมากพอ นอกจากนี้จังหวะเสียบอลของ บาโลเตลลี่ ง่ายเกินไปโดนเบียดนิดเบียดหน่อยเรียบร้อยคู่แข่งทันที ในขณะที่จังหวะต่อเนื่องไม่มีการเพรสซิ่งแบบทันทีทันควัน เพราะมัวแต่นั่งกุมข้อเท้าหรือไม่ก็อะไรประมาณนั้นต่อเนื่องด้วยการแสดงท่าทางหัวเสียหรือไม่ก็บ่นผู้ตัดสิน ซึ่งวินาทีนั้นบอลไปไหนต่อไหนแล้ว

เรื่องของปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างพร้อมทั้งจังหวะการเล่นของทีมจึงเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสอย่างยิ่งเหมือนกับการเปลี่ยนสไตล์การเล่น เป็นไปได้ยากครับ

โค้ชร็อดเจอร์ส ตั้งต้นต้นด้วยการให้โอกาสเต็มที่ ทว่า บาโลเตลลี่ ไม่รอบรู้ฉแกฉวยเอาไว้ได้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เจ็บยาวแต่ยังเป็นที่คาดหวัง ในขณะที่ตัวที่มีโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เป็นได้เข้าไปอยู่ในแผนการเล่น เป็นแบบนั้นมันเกินไปแล้ว

เพราะด้วยเกมเจ๊ากับ กลุ่มโบลตัน เกรียนโอ้ ไม่มีแม้แต่ชื่อตัวสำรอง ไม่มีอาการบาดเจ็บแบบต้องดูแลกันเป็นพิเศษ ข่าวแค่เจรจาว่าเป็นไข้ ซึ่งใครคนไหนที่โดนดรอปออกไปจากกรุ๊ปมักจักมีเหตุผลนี้มารองรับเป็นพื้นฐาน

ซึ่งเหล่าลิเวอร์พูล เล่นได้ดีพอที่จักเอาชนะ โบลตัน ได้ แต่ปัญหาคือไม่มีกองหน้าอาชีพที่เฉียบคมมากพอมาใช้งาน การจัดตัวเพื่อดวลกับเชลซีสมมติ สเตอร์ริดจ์ ไม่พร้อมก็จะออกมาในรูปแบบนี้อีกครั้ง




โค้ชร็อดเจอร์ส นั้นพยายามหลีกเลี่ยงการเร่ำลือก บาโลเตลลี่ ลงเล่นเป็นหัวหอก ฟังจากคำให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เดิมพันอนาคตในฤดูกาลนี้ที่เหโจษจันอยู่ขึ้นกับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นสำคัญ

ในด้านสภาพพร้อมพร้อมส่งลงเล่นแบบยาวๆ ที่เหเลื่องอีก 2-3 คนนั่งดูกันไป วันไหนๆไม่มี สเตอร์ริดจ์ ใช้งาน สเตอร์ลิ่ง แทน

กลุ่มหงส์แดงยังคงมีเกมสำคัญต่อเนื่องในช่วงนี้ ทั้งการเยือน เชลซี ทั้งรีเพลย์แมตช์กับ คณะโบลตัน เกมยูโรป้าก็ใกล้กลับมาอีกครั้ง รวมไปถึงพรีเมียร์ลีก เป้าหมายท็อปโฟร์ยังคงปักธงกันไว้เช่นเดิม

ซึ่งร็อดเจอร์ส ได้อธิบายว่า 6 - 7 นัดที่สร้างผ่านมากลุ่มพยายามปรับโครงสร้างกันใหม่ เพื่อให้เกมเพรสซิ่งกลับมาอีกครั้ง รวมไปถึงการสร้างสรรค์โอกาสที่ศักยทำได้มากขึ้น





แต่สมมุติตารางบอลนักเตะคนไหนไม่เป็นได้เข้ากับวิธีการไม่ใช่หรือโครงสร้างที่วางไว้ เป็นเรื่องยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับเหล่า ร็อดเจอร์ส เข้าสู่โหมดวางมือจาก บาโลเตลลี่ เช่นเดียวกับที่ โค้ชโจเซ่ , โค้ชมูรินโญ่, โค้ชโรแบร์โต้ มันชินี่ ด้วยกัน โค้ชอันโตนิโอ คอนเต้ ทำมาก่อนแล้ว

กับหากจะประภาษว่าเป็นลางไม่ดีของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็คงไม่ใช่ เอาเป็นว่าเปรยกันชัดๆและตรงๆกันเลยทีเดียว กุนซือหงส์แดงกำลังต้องการความช่วยเหระบือทั้งหมดทั้งมวลจากลูกเหล่า เพราะว่าเฉพาะแดนหน้า แต่ไม่ต้องการความช่วยเหเล่าลือจาก มาริโอ บาโลเตลลี่

ในด้านของกฏแฟร์เพลย์ทางด้านการเงิน เป็นขวากหนามอย่างหนึ่ง ทำให้ขยับตัวไม่ค่อยจักได้ นั่นทำให้การปักหมุดและการเดิมพันในแดนหน้าของ ร็อดเจอร์ส พุ่งเป้าไปที่ สเตอร์ริดจ์

ถึงแม้จะสุ่มเสี่ยงมากขนาดไหนกับสถานการณ์ที่เชื่อมั่นในกองหน้าเหมือนคนเดียวของกรุ๊ป ดูเหมือนจักมีการเร่ำลือกแล้วว่ามาเส้นทางนี้

ในนาทีนี้โปรแกรมบอล มาริโอ บาโลเตลลี่ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของฝ่าย แต่เป็นส่วนเกินของเหล่า เกมไปเยือนเชลซีวันนี่พิสูจน์ร่วมกันว่าแน่ๆไม่ใช่หรือเปล่า

ดามัน

ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่าวสารบอล: ทัศนียภาพลุ่ยชุดประชันสด ฝ่ายผี - หมู่หงส์ ซีซั่นน้ำหน้า

เป็นยังไงกันมั่ง ภาพหลุดชุดแข่งใหม่ ทีมผี - พวกหงส์ ซีซั่นหน้า





ทางแฟนบอลจะว่ายังไงบ้าง? ที่เท่าที่จู่ ๆ ก็มีมือดี ปล่อยภาพหลุดชุดแข่งใหม่ของหมู่ที่จะใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยภาพที่ ให้เสรีภาพมา เป็นภาพชุดแข่งของ หมู่ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับ พวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล 2 ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก

ซึ่งวิเคราะห์ผลบอลทางฝั่ง กลุ่มผีแดง ในชุดเป็นชุดฝ่ายเหย้าสีแดงเป็นหลักตามธรรมเนียม ออกแบบเพราะ Adidas มีลักษณะเป็นคอวี พร้อมมีแถบสีขาว 3 เส้นพาดอยู่ตรงบริเวณหัวไหล่ ตรงปลายแขนเสื้อใช้เป็นสีขาวสลับแดง ส่วนด้านข้างลำตัวออกแบบให้มีลวดลายตาข่ายเพื่อใช้ระบายความร้อน พร้อมโลโก้ เชฟโรเล็ต บริษัทผลิตรถยนต์ระดับโลก ที่เป็นเป็นสปอนเซอร์บนหน้าอกเสื้อ




ทางส่วน ทีมหงส์แดง นั้นหนักยิ่งกว่า คราวมีภาพหลุดตารางบอลออกมาครบทั้ง ชุดเหย้า พร้อมทั้ง ชุดเยือนในเว็บไซต์ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส โดยชุดเหย้านั้นจะยังคงเป็นสีแดง ออกแบบโดย นิว บาลานซ์ พร้อมกับใส่ลายตารางหมากรุกไว้ในเสื้อด้วย ขณะที่ชุดเยือนจะเป็นชุดสีขาว ส่วนชุดแข่งสีดำจะเป็นชุดแบบที่ 3 พร้อมทั้งคาดว่า ชุดแข่งของลิเวอร์พูลน่าจักขึ้นต้นวางขายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้




และด้วยเว็ปไซต์ ฟุตตี้ เฮดไลน์ส นั้น ถือเป็นเว็บไซต์ที่ขึ้นชื่อในการเปิดเผยภาพชุดแข่งออกมาก่อนกำหนด ซึ่งที่เปลี่ยนมาส่วนมากมันจักถูกต้องเสียด้วย

ติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่ http://event.sanook.com/football/

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

วิเคราะห์บอล:ฝ่ายเรอัลมาดริด พอที่ค้า เบลหรือไม่ไม่?

หมู่เรอัลมาดริด ควรขาย เบลหรือไม่ก็ไม่?




แฟนบอลวิเคราะห์ผลบอลกว่า 3 หมื่นกว่าคน ที่เยี่ยมชม เว็บไซต์อาส สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศสเปน โดยในหัวข้อที่เปิดให้รวมโหวตว่า แกเร็ธ เบล สมควรอยู่ราชันชุดขาวต่อไม่ก็ไม่นั้น มีถึง 53 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นด้วย

เพราะว่าสืบเนื่องมาจากที่มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่าง ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นมีแผนจะใช้งบคร่าวๆสูงถึง 120 ล้านปอนด์ หรือว่าถ้าเทียบเป็นเงินยูโร ก็แค่ 150 ล้าน เท่านั้นเอง ในการดึงปีกชาวเวลส์ มาร่วมฝ่าย

พร้อมด้วยเมื่อไปสัมภาษณ์กับ หลุยส์ ฟาน ฮัล กุนซือชาวดัตช์ของ กรุ๊ปผีแดง ก็ปรากฏว่าเจ้าตัวก็เลี่ยงที่จักไม่ตอบคำถาม เขาหนีไปพึ่ง ซีอีโอของพวกว่า เขาใคร่ได้จะคุยเรื่องนี้เฉพาะกับผู้บริหารของพวกเท่านั้น ไม่ใช่สื่อมวลชนใดๆ ทั้งสิ้น

พร้อมด้วยถ้าหาก คณะผีแดงยื่นเงินมหาศาลจำนวนเงินขนาดนั้นเข้ามาจริงๆๆ นั่นเท่ากับว่า จักทำลายทุกสถิติ รวมถึงสถิติ ของ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมกลุ่ม และ สถิติของตัวเอง ทั้งหมดอีกต่างสมมติ




ซึ่งถึงแม้ว่าจำนวนเงินดังกล่าว จะยังไม่ได้ถูกยื่นเข้ามาจริงๆ จังๆ ตามข่าว แต่ทว่าแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลสเปน ในเว็บไซต์กีฬาอาส เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องการได้เงิน 150 ล้านยูโร มากกว่า แกเร็ธ เบล เสียแล้ว

พร้อมกับถ้าเอาเข้าแท้ตารางบอล จำนวนนี้ก็มากพอที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ จะเนรมิตรอะไรในฝ่ายใหม่ก็ได้ รวมถึงชื่อสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาบิว ที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนชื่อไปตามสปอนเซอร์อภิมหาเศรษฐี เจ้าของกลุ่มทุนปิโตรเลียมจากตะวันออกกลาง ก็อาจจักต้องแหวกประเพณีไปใช้ชื่ออื่น

เพราะว่าที่เป็นไปได้ว่าแฟนบอลที่เห็นด้วย หวังได้เงินมารักษาประเพณีของลาลีกา พร้อมทั้ง ความมั่นคงของสโมสรฝ่ายฟุตบอลในสเปนมากกว่า จักรั้งซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งไว้

เหรอนั่นอาจเป็นแฟนบอลเหล่าอื่นๆ ที่หมายจะให้ เบล ไปจาก คณะเรอัล มาดริด นั่นแปลว่า เขาใคร่จักให้ เหล่าราชันชุดขาว เหเลื่องลือแค่ โรนัลโด้ ทางฝั่งซ้ายเท่านั้น จะทำให้กองหลังหมู่อื่นๆ งานเบาขึ้นบานเบอะ




แต่นั่นก็จะมีเบล หรือไม่ ไม่มีเบล เนื่องด้วยกรุ๊ปเรอัล มาดริด ก็เคยเอาตัวรอดมาได้แล้ว ในช่วงที่ปีกพญาวานรบาดเจ็บ ในนัดที่ไปเยือนอัลเมเรีย รวมถึงนัดที่เปิดบ้าน กลับมาชนะ กรุ๊ปบาร์เซโลน่า 3-1 ทันทีที่ปลายเดือนตุลาคมที่ทะลุมา

โดยที่นักเตะอย่าง อิสโก้ กับ ฮาเมส โรดริเกซ ก็เป็นได้เล่นเป็นตัวในก็ได้ หรือว่าริมเส้นก็ดี คาร์โล อันเชล็อตติ ใช้สองคนนี้ เล่นแทนได้อย่างไม่เขอะเขิน แม้คุณภาพความเร็ว จะเป็นรอง แกเร็ธ เบล พอสมควร

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้ง อิสโก้ พร้อมทั้ง ฮาเมส มีประโยชน์กับเกมแถวๆ ตรงกลางมากกว่า ที่จะให้ไปกระชากและวิ่งที่ริมเส้น ก็เพราะว่าคราใดที่ ลูก้า โมดริช เจ็บ สองคนนี้รักษาสมดุลตรงกลางสนามได้อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ สมมุติต้องมีคนใดคนหนึ่งมาแทนเบลแบบตายตัวแล้ว ตรงกลางสนามจะดูแลเกมกันไม่ได้อย่างที่เป็นทุกวันนี้

ในบางครั้งที่ ตัวของเบนเซม่า นั้นบาดเจ็บ ส่วนฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ อาจจักเล่นไม่ได้มาตรฐานกับเฟรนช์แมน แกเร็ธ เบล ยังเก่งไปเล่นหน้าเป้าได้ด้วยซ้ำ เหมือนที่ทำกับเหล่าชาติเวลส์




ซึ่งสมมติว่า กรุ๊ปเรอัล มาดริด นั้นใคร่ได้จะขายนักเตะเพื่อจำนวนเงินมหาศาลแน่แท้ๆ นักเตะที่พวกเขาไม่ใช้ อย่าง

  • คาเซมิโร่
  • อาเซียร์ อิญาร์ราเมนดี้ 

นั้นควรจักอยู่ในบัญชีนี้มากกว่าอีก อย่างน้อยๆ สองคนนี้ ต้องเข้ากระเป๋าสัก 30 ล้านยูโร

พร้อมกับเพราะด้วยฟาบิโอ โคเอ็นเทรา พร้อมกับ ราฟาเอล วาราน ก็เนื้อหอมใช่ย่อย ทำเป็นเรียกมูลค่าได้สูงๆ จากสองแข้งแนวรับนี้แน่นอน

หลังจากที่ตัวผมเกริ่นมาทั้งหมด ในการยอมขายพวกตัวรับ มากกว่าที่จะให้ เบล ออกจาก เหล่าเรอัล มาดริดไปจริงๆ คงหนีไม่พ้นเกมรุกที่เอ็นเตอร์เทนแฟนบอลได้อย่างดีของพวกเขา

โดยที่แกเร็ธ เบล ได้ลงพร้อม กับ ตัวโรนัลโด้, กับฮาเมส และ อิสโก้ เห็นๆ กันอยู่ว่าโคตรหลากหลาย เกมรับจักเป็นยังไงผมไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ก็เพราะว่าฟุตบอลถ้าจะเสียประตูบ้าง ผมมองว่ามันเป็นสีสัน

ในการทำประตูเป็นจุดขายของ ลาลีกา มานานแล้ว กว่า 1045 ประตูในซีซั่น 2013-2014 เป็นรอง พรีเมียร์ลีก แค่พาง 7 ประตูเท่านั้นในซีซั่นเดียวกัน




ก็เพราะว่าฉะนั้นนี่คือลีกฟุตบอล ที่เน้นเกมรุกที่เร้าใจ ไม่ว่ากรุ๊ปเล็กๆ อย่าง ฝ่ายเออิบาร์ และเหล่าดาวรุ่งอย่าง หมู่บีญาร์เรอัล พวกเขาก็ไม่เคยคิดจักเล่นรับกันเลยแม้เจอกับหมู่ใหญ่ ทำให้ผมชอบนักเตะเกมรุก มากกว่าเกมรับเป็นแน่แท้

แล้วเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดของ กลุ่มเรอัล มาดริด มีคลาสเหล่าที่ไม่เป็นรองใครในโลก สมมุติมีทีมใดจะมาซื้อนักเตะที่พวกเขาใช้งานอยู่ไป นั่นหมายความว่าต้องเป็นเหล่าที่ดีกว่า เหล่าเรอัล มาดริด เท่านั้นใช่ไหมเปล่า

นั่นมันเหมือนหยามหน้า ยอดพวกเบอร์หนึ่งของโลกเวลานี้ชัดๆ

พร้อมกับต่างว่าผมเป็นประธาน ฝ่ายเรอัล มาดริด แล้วมีข้อเสนอยื่นมาแท้ 200 ล้านปอนด์ผมก็ไม่ขาย แล้วทำให้เป็นข่าวออกสื่อด้วย นอกจากจะได้ใจแฟนบอลที่ตามสนับสนุนเรอัล ก็เพราะว่าซูเปอร์สตาร์แล้ว

ทั้งยังเพิ่มระดับความไฮเอนด์ให้กับคณะเป็นทวีคูณ เพราะว่านี่คือ กลุ่มเรอัล มาดริด ชุดสีขาว ที่นักบอลใคร่ได้ใส่กันนักกันหนายังไงเล่า

Palm

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บอลพรีเมียร์ลีกใครคือเนื้อตัว แสบ เครื่องใช้ใครมาสู่ดูกัน

ใครเป็นตัว แสบ ของใครมาดูกัน





เพราะไฮไลท์พรีเมียร์ลีกนัดกลางอาทิตย์นี้ มีการพบกันระหว่างสองเหล่าที่มีสถิติเหรอผลงานข่มกันอยู่หลายคู่ เหรอพูดง่ายๆ ว่าเหล่าหนึ่งจะเป็นพวกที่มักจักทำแสบกับอีกทีมหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจักด้วยการชนะอย่างต่อเนื่อง การไม่พ่ายแพ้ได้อย่างยาวนาน ไม่ก็การมีสถิติดีกว่าในบ้านใช่ไหมนอกบ้าน

หลังจากที่หนังสือพิมพ์อย่าง เดอะเทเลกราฟ ได้ทำการประมวลพวกว่าทั้ง 20 กลุ่ม ในศึกพรีเมียร์ลีกโอกาสนี้ มาดูกันว่าจะมีหมู่ไหนเป็นพวกแสบที่คอยเป็นหนามยอกของฝ่ายคู่แข่งอยู่บ้าง


1.คณะแสบของ คณะอาร์เซนอล คือ ทีมเชลซี



เพราะด้วยหมู่อาร์เซนอลนั้น ลงเตะกับ กรุ๊ปเชลซีมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งภายหลัง โจเซ่ มูรินโญ่ ได้กลับมาคุมเหล่าคู่แข่งร่วมเมืองรอบสอง พร้อมกับพ่ายไปด้วยสกอร์รวม 10-0 แถมก่อนหน้านี้ โค้ชอาร์แซน เวนเกอร์ ก็ไม่เคยนำทีมปืนใหญ่เอาชนะ กลุ่มสิงโตน้ำเงินครามของ มูรินโญ่ ได้เลยในการพบกันทั้งสิ้น 8 นัด


2.ทีมแสบของ กรุ๊ปแอสตัน วิลล่า คือ กรุ๊ปฟูแล่ม



นับเวลาตั้งแต่ หมู่สิงห์ผงาด นั้นเอาชนะ กลุ่มเจ้าสัวน้อยได้แบบไปกลับในฤดูกาล 2009-2010 พวกเขาก็ชนะได้อีกแค่ครั้งเดียวในการพบกัน 3 ฤดูกาลภายหลังนั้น แถม ฝ่ายวิลล่ายังแพ้ทั้ง 2 นัด ในฤดูกาลที่แล้วที่ คณะฟูแล่มตกชั้นด้วย


3.พวกแสบของ ฝ่ายเบิร์นลี่ย์ คือ พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้



ภายหลังที่วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ หมู่มิดเดิลสโบรห์ กับ ฝ่ายแบล็คเบิร์น ซึ่งทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายแสบด้วย กรุ๊ปเบิร์นลี่ย์ แต่ว่าฝ่ายแมนฯ ซิตี้ เป็นเป็นฝ่ายที่ไม่ปราชัยต่อพวกเขามายาวนานที่สุดถึง 40 ปี แถมกรุ๊ปเโจษจันดหมูยังจำนนต่อ พวกเรือใบสีฟ้าด้วยสกอร์ 5 พร้อมกับ 6 ลูกอีกอย่างละ 2 ครั้ง ซึ่งนับตั้งแต่ ที่เป็นฝ่ายชนะได้ครั้งหลังสุดจนกระทั่งปี 1974


4.หมู่แสบของ พวกเชลซี คือ กรุ๊ปซันเดอร์แลนด์



โค้ชโจเซ่ มูรินโญ่ นั้นต้องเสียสถิติอันแสนภาคภูมิใจของเขาที่ ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ลงด้วยน้ำมือของพวกซันเดอร์แลนด์ตราบฤดูกาลที่แล้ว ภายหลังที่พวกแมวดำ นั้นกลายเป็นคณะแรกที่บุกมาชนะ หมู่สิงโตน้ำเงินคราม ได้ถึงบ้านได้ในเกมลีกในยุคที่เขาคุมหมู่อยู่ แถมยังโดนเขี่ยตกรอบลีกคัพไปในฤดูกาลเดียวกันด้วย


5.หมู่แสบของ เหล่าคริสตัล พาเลซ คือ กลุ่มโบลตัน



สถิติของฝ่ายพาเลซ นั้นไม่เคยเอาชนะเกมลีกที่บ้าน หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้นับตั้งแต่ปี 1989 และไม่เคยชนะที่บ้าน กรุ๊ปอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 1994 แต่ก็คงไม่ถือว่าเหนือความคาดหมายอะไร ก็เพราะว่าฉะนั้นพวกที่น่าจะเป็นตัวแสบที่สุดของพวกเขาคงเป็น เหล่าโบลตัน ซึ่ง พวกพาเลซ นั้นยังเอาชนะได้แค่ครั้งเดียวในการพบกัน 16 นัดหลัง


6.กลุ่มแสบของ ทีมเอฟเวอร์ตัน คือ หมู่ลิเวอร์พูล



ถ้าหากจะมีทีมไหนที่สร้างความเจ็บแสบให้กับ เหล่าเอฟเวอร์ตัน ได้มากไปกว่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่างฝ่ายลิเวอร์พูล ซึ่งพวกทอฟฟี่ นั้นปราชัย กลุ่มหงส์แดง ใน

  1. นัดชิงลีกคัพ 1 ครั้ง 
  2. นัดชิงเอฟเอคัพ 2 ครั้ง 
  3. รอบตัดเชือกเอฟเอคัพ 1 ครั้ง 

ซึ่งไม่เคยชนะที่ถิ่นแอนฟิลด์เลยนับตั้งแต่เปลี่ยนสหัสวรรษใหม่ มีเช่นกรุ๊ปอาร์เซนอลเท่านั้นที่เอาชนะกรุ๊ปเอฟเวอร์ตันได้มากกว่าคณะลิเวอร์พูล


7.เหล่าแสบของ หมู่ฮัลล์ คือ ฝ่ายเบิร์นลี่ย์



สถิติโดยส่วนตัวแล้ว เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นอาจจะเป็นพวกแสบเพราะ โค้ชสตีฟ บรู๊ซ ก็เพราะว่ากุนซือของ ทีมฮัลล์ยังไม่เคยคุมฝ่ายเอาชนะกลุ่มเก่าของเขาได้เลย แต่ถ้าในฐานะฝ่ายแล้ว กรุ๊ปเบิร์นลี่ย์คือตัวแสบด้วย กรุ๊ปฮัลล์เลยทีเดียว ก็เพราะว่าเอาชนะได้ถึง 8 นัด จาก 9 นัดครั้งหลังสุด ที่พบกัน รวมถึงชัยชนะ 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลของเหล่าเละบือดหมูด้วย


8.เหล่าแสบของ คณะเลสเตอร์ คือ หมู่เวสต์แฮม



ปางแค่ชื่อของ เหล่าเวสต์แฮม นั้นก็คงทำให้ กรุ๊ปเลสเตอร์ ซิตี้ นั้นต้องขนลุกขนพองได้แล้ว เพราะว่า ฝ่ายจิ้งจอกสยาม นั้นคว้าชัยชนะเหนือ พวกขุนค้อน ได้แค่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ปี 1966 หรือไม่ใน 53 นัดหลังสุดที่พบกันนั่นเอง ด้วยกันต้องหวังว่าจะหยุดสถิตินั้นลงได้ ในการพบกันครั้งรองลงไปในวันที่ 20 ธันวาคมนี้


9.กลุ่มแสบของ พวกลิเวอร์พูล คือ พวกเลสเตอร์ ซิตี้



ถ้าสมมติว่าลองย้อนตารางบอลพรุ่งนี้กลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1960 กรุ๊ปเลสเตอร์ถือเป็นหมู่สุดแสบสำหรับ ฝ่ายลิเวอร์พูลแล้ว โดยฝ่ายจิ้งจอก นั้นบุกคว้าชัยที่แอนฟิลด์ได้ 3 นัดติด ในระหว่างปี 1963 - 1965 ซึ่งเป็นช่วงที่หมู่ยุคแรกของโค้ช บิลล์ แชงค์ลีย์ กำลังก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น ทีมเลสเตอร์ก็ยังเอาชนะ คณะลิเวอร์พูลได้ในอีกหลายแมตช์สำคัญ ๆ


10.เหล่าแสบของ คณะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ ทีมซันเดอร์แลนด์



สถิติของพวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ปราชัย กลุ่มซันเดอร์แลนด์ ด้วยสกอร์ 0 - 1 ตลอด 4 ครั้งหลังสุดที่ไปเยือนในถิ่น สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ยังไม่นับเกมล่าสุด กับก่อนที่เรือใบสีฟ้าจักถูกอภิมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางเข้ามาเทกโอเวอร์ทันทีที่เดือนกันยายนปี 2008 พวกเขาไม่เคยบุกชนะ กรุ๊ปแมวดำได้เลย


11.เหล่าแสบของ คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ เหล่าเชลซี



ไม่มีหมู่ไหนแย่งแต้มจากแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคของพรีเมียร์ลีกได้มากไปกว่าเชลซีอีกแล้ว แม้ปิศาจแดงจะเอาชนะสิงโตน้ำเงินครามได้ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกคราวปี 2008 แต่สถิติการพบกันใน 10 นัดหลังสุดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ดชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น


12.ทีมแสบของ กลุ่มนิวคาสเซิล คือ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้



ถึงแม้ว่า เหล่านิวคาสเซิล นั้นจักบุกคว่ำ พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ลงได้ในลีกคัพฤดูกาลนี้ แต่ว่าสถิติของฝ่ายสาลิกาดง นั้นก็ยังเป็นรอง พวกเรือใบสีฟ้าอยู่บานเบอะ เมื่อต้องปราชัยรวดมา 11 นัดก่อนหน้านั้น ด้วยกันชนะได้แค่ 2 จาก 22 นัดหลังสุดที่พบกัน


13.ทีมแสบของ ทีมควีนส์ปาร์ค คือ ทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์



พวกควีนส์ปาร์ค ได้ลงเตะกับ ฝ่ายฟอเรสต์ ที่ ถิ่นซิตี้ กราวด์มาแล้วทั้งสิ้น 29 นัด เพราะว่าไม่เคยชนะแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าสมมตลองย้อนกลับไปตั้งแต่การพบกันครั้งแรกในเกม เอฟเอคัพ จนถึงปี 1934 ซึ่งเจ้าป่าเปิดบ้านถล่ม หมู่ทหารเสือราชินี ไปผลบอล 4-0


14.ทีมแสบของ พวกเซาธ์แฮมป์ตัน คือ เหล่าซันเดอร์แลนด์



เหล่าเซาธ์แฮมป์ตัน นั้นไม่เคยเอาชนะ ทีมซันเดอร์แลนด์ ได้เลยในช่วง 11 ปีที่พ้นมา พร้อมด้วยก่อนที่จะเปิดบ้านยิงไปถึง 8 - 0 ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นการถอนแค้นแบบทั้งต้นทั้งดอกจากที่ไม่ชนะเลยในการพบกัน 8 นัดก่อนหน้านี้


15.คณะแสบของ ฝ่ายสโต๊ค คือ ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



ซึ่งถ้านับตั้งแต่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ศึกพรีเมียร์ลีกได้ การที่ได้ไปเยือน ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ กลุ่มสโต๊คทั้ง 7 ครั้ง ลงเอยด้วยความพ่ายพ่ายแพ้ทั้งหมด รวมถึงในเกมล่าสุดที่เพิ่งพบกันด้วย โดยช่างปั้นหม้อเสียไปถึง 22 ประตู ใน 7 นัดนี้


16.ทีมแสบของ ฝ่ายซันเดอร์แลนด์ คือ เหล่าเอฟเวอร์ตัน



ฝ่ายซันเดอร์แลนด์ นั้นทำได้แค่เสมอกับ หมู่เอฟเวอร์ตัน 1-1 ในบ้านในการพบกันในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทำให้ เหล่าแมวดำ ชนะ กรุ๊ปทอฟฟี่สีน้ำเงินได้แค่ 2 นัดจาก 23 นัดหลังสุดเท่านั้น กับยังเคยถูกถล่มถึง 7-1 ในการพบกับที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค ทันทีที่ปี 2007 อีกด้วย


17.ทีมแสบของ ทีมสวอนซี คือ คณะเอฟเวอร์ตัน




เพื่อฝ่ายสวอนซี ที่เพิ่งเอาชนะ พวกเอฟเวอร์ตันได้เป็นครั้งแรกในพระราชประวัติศาสตร์ ในเกมลีกคัพที่พบกันในฤดูกาลนี้ที่ สนามลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม หลังจากที่ไม่เคยชนะเลยใน 20 เกมก่อนหน้านี้ ซึ่ง กรุ๊ปหงส์ขาวนั้นพ่ายไปถึง 15 ครั้ง และ ในเกมล่าสุดที่พบกันใน ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค ในเกมก็ลงเอยด้วยการเจ๊ากันแบบโนสกอร์


18.คณะแสบของ ฝ่ายสเปอร์ส คือ พวกเชลซี



หลังจากที่ พวกสเปอร์ส นั้นบุกมาชนะ หมู่เชลซีได้แค่ครั้งเดียวใน 27 นัดหลัง พร้อมกับยังไม่นับเกมล่าสุด ไม่ใช่หรือนานถึง 24 ปี มาแล้ว ที่พวกเขานั้นคว้าชัยได้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วนสถิติของการพบกันที่ไวท์ฮาร์ทเลนก็ไม่ได้ดีกว่านั้นมากนัก ก็เพราะว่าคณะไก่เดือยทอง นั้นเอาชนะ ฝ่ายสิงห์โตน้ำเงินครามในบ้านไม่ได้เลยในระหว่างปี 1987-2006


19.พวกแสบของ เหล่าเวสต์บรอมวิช คือ กรุ๊ปสโต๊ค




กรุ๊ปสโต๊ค นั้นมีสถิติข่ม กรุ๊ปเวสต์บรอมมาเพราะตลอดในช่วงหลังๆ ครั้นชนะถึง 11 พร้อมกับ ไม่ได้พ่ายเลยใน 15 นัดที่พบกัน จนแฟน หมู่ช่างปั้นหม้อ ถึงกับแต่งเพลงเชียร์เอาไว้ร้องเยาะเย้ย แฟนกลุ่มฟุตบอลเดอะแบ็กกี้ส์ เพราะเฉพาะ ด้วยกันในการพบกัน 30 ครั้งหลังสุด ฝ่ายเวสต์บรอม นั้นเอาชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น


20.กลุ่มแสบของ กลุ่มเวสต์แฮม คือ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน



ถ้าหากลองย้อนกลับไปปี 2007 ที่ พวกเวสต์แฮม นั้นเอาชนะ ฝ่ายเอฟเวอร์ตันได้ครั้งหลังสุด หลังจากนั้นฝ่ายทอฟฟี่ก็เอาชนะ ฝ่ายขุนค้อนได้ถึง 9 จาก 13 นัดที่พบกัน ซึ่งแม้แต่ในช่วงที่ หมู่เวสต์แฮมฟอร์มกำลังพุ่งในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็ยังออกไปพ่าย เหล่าเอฟเวอร์ตัน 1 - 2 ที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค


วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คณะเรือใบบุกถล่มคณะนักบุญคาที่พักอาศัย 3-0 พุ่งขึ้นไปบุจ่าฝูง

คณะเรือใบบุกถล่มกรุ๊ปนักบุญคาบ้าน3-0 ทะยานขึ้นรองจ่าฝูง




โดยที่ 1.ยาย่า, 2.แลมพาร์ด, และ 3.กลิชี่ ได้ซัดกันคนละประตู ช่วยให้ คณะเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเชือด คณะนักบุญ เซาแธมป์ตันคาถิ่น 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015

ซึ่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2557 เป็น การโคจรมาพบกันของ 2 ทีมหัวตาราง ระหว่าง ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน รองจ่าฝูง เปิดรัง เซนต์แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ คณะเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหล่าอันดับที่ 3 ของตาราง 

เพราะว่าเกี่ยวกับในเกมนี้ฝั่งเจ้าบ้าน โรนัลด์ คูมัน จัดทัพใหญ่ลงสนาม นำมาเพราะว่า

  • มอร์แกน ชไนเดอร์แลง
  • ดูซาน ทาดิช
  • สตีเว่น เดวิส
  • ซาดีโย มาเน 
  • กราเซียโน่ เปลเล่ ที่เป็นหัวหอกตัวความหวัง 


ทางด้านฝ่ายเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือใหญ่ ได้จัดทัพที่ดีที่สุดของทีมลงสนาม นำทัพมาเพราะว่า

  • ยาย่า ตูเร่
  • แฟร์นันดิญโญ่
  • ซาเมียร์ นาสรี่
  • สเตวาน โยเวติช 
  • เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน


ซึ่งครั้งเริ่มทำเกมการแข่งขันโปรแกรมบอล นาทีที่ 5 พวกเยือน แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ ยิงไกลของ กาแอล กลิชี่ แต่บอลเหินออกหลังไปไกล

ในนาทีที่ 15 คณะแมนฯ ซิตี้ นั้นยังครองเกมส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ยาย่า ตูเร่ ส่องไกล แต่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

ต่อมาในนาทีที่ 20 แฟน ทีมนักบุญ เกือบได้เฮ จากจังหวะโยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ชไนเดอร์แลง ให้กับ กราเซียโน่ เปลเล่ แต่เจ้าตัวยิงไปติด โจ ฮาร์ท บอลกระดอนออกมา สตีเว่น เดวิส ซ้ำไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท มาเข้าทาง ดูซาน ทาดิช แต่เจ้าตัวก็ยิงไม่พ้น โดน โจ ฮาร์ท บล็อกลูกออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาทีที่ 30 คณะแมนฯ ซิตี้ นั้นเกือบได้ประตู จากจังหวะที่ ซาเมียร์ นาสรี่ จ่ายให้ โยเวติช หลุดเข้าไปยิง ติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ บอลปลิ้นเกือบจักเข้าประตู แต่โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตามมาเคลียร์ทิ้งได้ที่เส้นประตู หวุดหวิดจะเสียประตูให้กับ แมนฯซิตี้

กับช่วงเวลาที่เหโจษจันนั้น เจ้าบ้าน กรุ๊ปเซาแธมป์ตัน ดูจักตั้งเกมของพวกเขาได้ พร้อมกับเปิดมู่ลี่โจมตีแนวรับของ หมู่แมน ฯ ซิตี้ บ่อยมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เก่งพาบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้

ทางด้านของทีมเยือน ดูเหมือนจักเครื่องช็อตไปบ้างในช่วงท้ายๆ ครึ่งแรก แต่เพราะรวมยังถือว่าเล่นกันได้ดี มีจังหวะเข้าทำดีๆหลายครั้ง พร้อมทั้งใกล้เคียงมากที่สุดของเกมนี้คงจะเป็น จังหวะยิงของ สเตวาน โยเวติช แต่บอลไปถูก อัลเดอร์ไวเรลด์ เคลียร์ทิ้งจากเส้นประตูได้ทัน จบเกมการแข่งขันในครึ่งแรก กลุ่มเซาแธมป์ตัน เปิดบ้านเสมอ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0

ริเริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง โรนัลด์ คูมัน ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกทันที โดยส่ง มายะ โยชิดะ ลงแทนที่ มอร์แกน ชไนเดอร์แลง

ในนาทีที่ 47 ดูซาน ทาดิช พาบอลมาทางริมเส้นด้านขวาก่อนตัดเข้าในแล้วซัดด้วยเท้าซ้ายทันที บอลพุ่งออกหลังไปแบบได้ลุ้น

เพราะในนาทีที่ 50 กองเชียร์ฝั่ง พวกเรือใบสีฟ้า ก็ได้เฮกันลั่น เซนต์แมรี่ส์ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ พาบอลเลาะไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายคืนหลังออกมาให้ ยาย่า ตูเร่ ที่รออยู่เเล้วตะบันเลียดเข้าไปบอลนั้นแฉลบขาอัลเดอร์ไวเรลด์ นิดนึงก่อนจะเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้ พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาขึ้นนำ ทีมเซาแธมป์ตัน 1-0

ซึ่งในนาทีที่ 54 เหล่าแมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงแทนที่ สเตวาน โยเวติช

ช่วงนาทีที่ 63 กุน อเกวโร่ พาบอลเลี้ยงจี้เข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงนาทีที่ 64 ทีมแมน ฯ ซิตี้ เปลี่ยนสำรองอีกคน ส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงแทนที่ ซาเมียร์ นาสรี่

โดยในนาทีที่ 66 กรุ๊ปเซาแธมป์ตัน ได้เปลี่ยนตัวเอา เชน ลอง ลงไปแทนที่ ซาดีโย มาเน

ซึ่งในนาทีที่ 72 เฆซุส นาบาส ฉกบอลจากแนวรับ เซาแธมป์ตัน ก่อนยิงทันที บอลหลุดทะลุทะลวงเสาออกไปนิดเดียว

ในนาทีที่ 74 พวกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องมาเหฟุ้งเฟื่องผู้เล่นพ่างแค่ 10 คน จากจังหวะที่ เชน ลอง ไปฉกบอลจาก ยาย่า ตูเร่ ได้ แล้วพาบอลหลุดเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ ไปโดน เอเลียกิม ม็องกาลา สกัดล้มลงไป ไมค์ โจนส์ ผู้ตัดสินในเกมนี้เป่าให้ หมู่เซาแธมป์ตัน ได้ฟาวล์ และแจกใบเหเอิกเกริกงที่ 2 ให้ ม็องกาลา เป็นใบแดง ไล่ออกจากสนามไป

ในนาทีที่ 75 มานูเอล เปเยกรินี่ ได้เปลี่ยนเอา มาร์ติน เดมิเคลิส ลงไปแทนที่ เฆซุส นาบาส

นาทีที่ 80 กองสนับสนุน เรือใบสีฟ้า มาได้เฮกันลั่นสนามอีกครั้งจากจังหวะ สวนกลับ เจมส์ มิลเนอร์ พาบอลตะลุยขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายเข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษให้กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เจ้าตัวยิงเต็มข้อบอลเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ได้แต่ยืนมอง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำห่าง เซาแธมป์ตัน 2-0

ในนาทีที่ 81 ทีมเซาแธมป์ตัน เปลี่ยนสำรองคนสุดท้าย ส่ง อิมแมนิวเอล มายูกา ลงไปแทนที่ สตีเว่น เดวิส

ซึ่งในนาทีที่ 83 กุน อเกวโร่ ได้โอกาสทองจากจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ แต่ศูนย์หน้าอาเจนไตน์ ดันยิงไปติดเซฟ ฟอร์สเตอร์ ซะอย่างนั้น

หลังจากนั้นนาทีที่ 85 เชน ลอง วิ่งทำทางมาเอาบอลก่อนจ่ายไซด์ก้อยเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ กราเซียโน่ เปลเล่ เข้าทำ แต่ศูนย์หน้าอิตาเลี่ยนเข้าไม่ทัน พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 87 แมนฯ ซิตี้ ขยับสกอร์ห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว กุน อเกวโร่ จ่ายถวายพานมาให้กับ กาแอล กลิชี่ ที่เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษซัดเน้นๆส่ง บอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ แมนฯ ซิตี้ หนีห่าง เซาแธมป์ตัน 3-0

ในช่วงเวลาที่เหเอิกเกริก หมู่แมนฯ ซิตี้ ปิดเกมของพวกเขาได้ทั้งหมด แม้ว่า เจ้าบ้านจะพยายามทำประตูหวังตีไข่แตกไล่มา แต่ก้ไม่เชี่ยวชาญเจาะแนวรับของ ซิตี้ ได้ จบเกมการแข่งขัน เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ผลบอล 0-3


มาดูรายนาม 11 ตัวแท้ เหล่าเซาแธมป์ตัน :

  1. เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์
  2. นาธาเนียล ไคลน์
  3. โจเซ่ ฟอนเต้
  4. โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยามา
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ( มายะ โยชิดะ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 46 )
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. สตีเว่น เดวิส ( อิมแมนิวเอล มายูกา เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 81 )
  10. ซาดีโย มาเน ( เชน ลอง เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 66 )
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


สารบาญตัวสำรอง :

  1. เคลวิน เดวิส
  2. โฟลริน การ์โดช
  3. แฮร์ริสัน รี้ด
  4. แมตต์ ทาร์เกตต์


มาดูสารบาญ 11 ตัวจริง กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ :

  1. โจ ฮาร์ท
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แวงซองต์ กอมปานี
  4. เอเลียกิม ม็องกาลา
  5. กาแอล กลิชี่
  6. เฆซุส นาบาส ( มาร์ติน เดมิเคลิส เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 75 )
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันดิญโญ่
  9. ซาเมียร์ นาสรี่ ( แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 64 )
  10. สเตวาน โยเวติช ( เจมส์ มิลเนอร์ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 54 )
  11. เซร์คิโอ อเกวโร่


สารบาญตัวสำรอง :

  1. บาการี่ ซาญ่า
  2. เฟร์นานโด
  3. วินลี่ กาบาเยโร
  4. โฆเซ่ อังเคล โปโซ่


กรรมการผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์