วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: มามุ่งดูกลเม็ดของ CR7 หรือไม่ก็ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กันได้เปรียบ





วิเคราะห์บอลใครเล่าจะเชื่อว่า จากเด็กหนุ่มผอมแห้งแก้มเปื้อนสิว จนถึง 10 ปีที่แล้ว จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ น่าหลงใหลชื่นชมที่สุดในโลก พร้อมทั้งเขาเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน นั่นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ซึ่งเราจักเห็นได้ว่า สิ่งหนึ่งที่พัฒนาไปพร้อมกับ โรนัลโด้ นั้นก็คือ ร่างกายของเขาจากเด็กที่ผอมแห้ง กลายเป็นอุดมไปด้วยมัดกล้าม เป็นหุ่นที่สมบูรณ์แบบ ที่สาวๆ ใฝ่ฝัน หนุ่มๆ ตะโกรงจักมีบ้าง แต่สิ่งที่ได้มา มันก็ต้องแลกกับหลายอย่างอยู่เหมือนกัน

พร้อมทั้งนั่นก็เป็นสิ่งที่ ชี้ชัด ว่า การที่โด้นั้นจักได้มาซึ่งร่างกายที่สุดแสนจักเพอร์เฟกต์แบบนี้ ตัวของ โรนัลโด้ จักต้องพยายามอย่างมาก มากกว่าคนอื่นๆ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

พร้อมด้วยเคล็ดลับของ โรนัลโด้ มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ทุกคนรู้หมดว่าเขาทำอะไร แทบแต่ว่า ส่วนใหญ่ จักทำไม่ได้เท่านั้น ทั้งในเรื่องของการฝึกซ้อมและเรื่องของโภชนาการ





พร้อมด้วยจากตัวบางเบา เป่า ก็ล้ม ได้กลายเป็นนักเตะที่มีรูปร่างแข็งแกร่งสุดๆ

ซึ่งนับตั้งแต่ ที่ โรนัลโด้ โยกย้ายจาก เหล่าสปอรติ้ง ลิสบอน มาอยู่กับ เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนึ่งที่เขาทำก็คือ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมด้วยเขาทำอย่างสุทธิจังมาเพราะตลอด อย่างแรกคือเรื่องของการกิน

โดยอาหารที่ ตัวของ CR7 ต้องกินในแต่ละวัน นั้นไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่า พิสดารอะไร แต่เขาเน้น โปรตีน จาก เนื้อสัตว์ ไม่มีไขมัน กินผัก พร้อมด้วยกินปลา ที่จะให้ไขมันดี อย่างเช่นเนื้อไก่ เราอาจจะชอบ ไก่มันๆ โดยเฉพาะไก่ย่าง ยิ่งติดหนัง ยิ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ใช่ไหมจะเป็น ไก่ทอดกรอบ ๆ เคี้ยวเพลิน





โรนัลโด้ สารภาพว่า ทั้งชีวิตเคยกินไก่ เคเอฟซี ก็ตอนโฆษณาเท่านั้น ก็เพราะว่าเจ้าตัวจักไม่กินของทอดเลย

สิ่งที่ โรนัลโด้ ไม่ทำเลยนั่นคือก็คือ เขาไม่กิน ของทอด ของมัน แทบไม่เข้าสู่กระเพาะของเขา ยกเว้นถ้ามันจำเป็นแท้ๆ อย่างที่เคยไปโฆษณา ไก่ทอดยี่ห้อดัง ตราบหลายปีก่อน แต่โดยรวม เรื่องอาหาร เป็นสิ่งที่ โรนัลโด้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก

และถ้าลอง เทียบกับตัวของ เวย์น รูนี่ย์ ที่ได้โด่งดังขึ้นมาพร้อม ๆ กัน แต่ปัจจุบันกลับโดน โรนัลโด้ ทิ้งห่าง เพราะว่า อาหารจานโปรดของ รูนี่ย์ คือ พาสต้า เนื้อหมู แฮมชิ้นโต ๆ รวมไปถึง พิซซ่า 

ซึ่ง อาหารพวกนี้นั้น อาจจักให้พลังงาน แต่ก็จะเป็น ไขมันสะสมในร่างกายได้เช่นกัน เราจึงได้เห็น เวย์น รูนี่ย์ ยามถอดเสื้อ นั้นหุ่นจักไม่เฟิร์มเท่ากับ โรนัลโด้





พร้อมกับสิ่งที่โรนัลโด้จักต้องทำทุกวันหากเขาไม่ได้บาดเจ็บก็คือ วิดพื้นวันละ 2,000 ครั้ง/วัน


ซึ่งก็แน่นอนครับว่า แค่กินอย่างเดียว มันคงจักไม่พอ เหตุด้วย หุ่นสุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์ เช่นนี้ มันต้องมีเสริมสร้างกล้ามด้วย การกิน นั้นช่วยให้ร่างกายสะสมสารอาหารที่มีประโยชน์ แต่ การออกกำลังกาย ก็จะทำให้ ร่างกายขับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ออกเช่นเดียวกัน

สำหรับโรนัลโด้ นั้นเป็นคนที่แน่ๆจังกับการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจักเป็นการซ้อมวิ่ง หรือไม่ก็การเข้ายิมเพื่อเล่นเวท ตัวเขาไม่เคยคิดว่า นั่นเป็นภาระของเขา แต่เขาเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญที่เขาต้องทำในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ พร้อมด้วยจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาเก่งยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

พร้อมกับไม่ว่าจะอยู่ที่ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ กลุ่มเรอัล มาดริด เขาจะเป็นคนแรกๆ ที่มาฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ พร้อมด้วยก็จะเป็นคนท้าย ๆ ที่กลับบ้าน หลายคนที่ ไปเล่นฟิตเนส น่าจะเคยมีอารมณ์ที่เรียกว่า โกง กันรึเปล่า

ซึ่งการ โกง ที่ว่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไรนัก แค่คาดคะเนว่า คุณตั้งใจยกเวท 4 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง แต่คุณยกมา 3 เซ็ตแล้วหมดแรง คุณก็เลยขอยกเซ็ตที่ 4 แค่ 11 ครั้ง เหรอ เซ็ตสุดท้าย อาจจักยกครบ 12 แต่ อาจจักมีบางครั้งที่ยกไม่สุดแขน






ภาพการลองเชิงร่างกายโรนัลโด้ปรากฏว่า เจ้าตัวเป็นคนที่มีไขมันน้อยมากเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย

แต่เรื่องแบบนี้ เรียกได้ว่า ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัว โรนัลโด้ เขาเต็มที่ทุกครั้งในการฝึกซ้อม แม้กระทั่งตอนอยู่บ้าน ระหว่าง นอนดูทีวี เขายังพยายามเสริมสร้างกล้ามหน้าท้อง ด้วยการซิตอัพบ้าง ซึ่ง มีการเปิดเล่าว่า โรนัลโด้ ซิตอัพเฉลี่ยวันละ 3000 ครั้ง ซึ่งนั่นเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก



สิ่งต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่ตัวของ โรนัลโด้ ทำมาตลอด 10 ปีที่สร้างผ่านมา เขาทำมันอย่างไม่รู้จักเบื่อ ด้วยกันพัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ เพราะว่าเฉพาะร่างกายของตัวเอง ซึ่ง ตัวของ โรนัลโด้ได้ ยอมรับว่า การที่เขาประสบความสำเร็จในระดับนี้ เกินครึ่งต้องยกให้กับร่างกายของเขา ที่ฟิตมาเป็นอย่างดี

และสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชม เกี่ยวกับ โรนัลโด้ ก็คือ ความเป็นมืออาชีพ เขาไม่เคยเบื่อกับการซ้อมหนัก ไม่เคยเบื่อกับการที่ต้องมาคุมอาหาร จนกลายเป็นยอดมนุษย์อยู่ในครั้งนี้

ซึ่งก็แน่นอนครับว่า การมีพรสวรรค์ก็คือส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ โรนัลโด้ แต่ถ้าแม้ไม่มีการฝึกซ้อมที่เป็นมืออาชีพที่น่าทึ่งแบบนี้ มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจักไร้เทียมทาน ไล่ทับสถิติของวงการลูกหนังเป็นว่าเล่น




ตัวของโรนัลโด้เองนั้น อาจจักไม่ได้มีพรสวรรค์เท่าเมสซี่ ดังนั้นเจ้าตัวจึง ฝึก ฝึก พร้อมทั้งก็ฝึกเพื่อให้ตัวเองพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ




ในส่วนของคนธรรมดา ที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอย่างเรา ไม่จำเป็นต้องไปฟิตซ้อมขนาด โรนัลโด้ ที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ได้ครับ แต่ถ้าคุณปรารถนาหุ่นดี ก็แค่เริ่มทำออกกำลังกาย กำกับอาหารบ้าง ไม่ต้องเข้มแบบนั้น พร้อมทั้งศึกษามันอย่างถูกต้อง คุณก็หุ่นดีได้เช่นกัน

พร้อมด้วยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเอา ชนะใจตัวเอง และ ตั้งต้นต้นมันซะ อย่ามีคำว่า เดี๋ยว เข้ามาเอี่ยวก็พอแล้ว

ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

ติดตาม ข่าวกีฬา วิเคราะห์ผลบอล ตารางบอล ผลบอล พรีเมียร์ลีก เพิ่มเติมได้ที่ http://sport.sanook.com/football/premierleague/

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล : ทางเดินยูฟ่าเตรียมตัวแง้มปีหน้า ได้ปรับกฎหมู่วาง ในบิ๊กเอียร์



ทางคณะกรรมการ ยูฟ่า คอนเฟิร์ม เตรียมเปิดที่บังตาใช้ระบบคณะวางใหม่ในศึก บิ๊กเอียร์ ปีหน้า ให้แชมป์ลีก 7 ชาติดัง รวมกับหมู่แชมป์เก่า มีชื่ออยู่ในโถทีมวาง

ภายหลังที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ใช่ไหม ยูฟ่า ได้เปิดปริปากว่า ในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2015-16 มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะเริ่มทำใช้ระบบทีมวางใหม่ เพราะว่าจักให้แชมป์ลีกจาก 7 ชาติชั้นนำของทวีป ซึ่งประกอบไปด้วย 

  1. สเปน
  2. อังกฤษ
  3. เยอรมัน
  4. โปรตุเกส
  5. อิตาลี
  6. รัสเซีย 
  7. ฝรั่งเศส 


จักได้มีชื่อติดโถ 1 เพราะว่าอัตโนมัติ ส่วนที่ว่างอีก 1 ตำแหน่งนั้น จะถูกมอบให้กับทีมแชมป์เก่า

เพราะว่าแถลงการณ์จากทาง ยูฟ่า ได้ระบุว่า ทางคณะกรรมการของเหล่าสโมสรยุโรป ได้ยื่นเรื่องแนะนำให้คณะกรรมการของ ยูฟ่า ทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอันดับหมู่วางในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งกลุ่มแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีมล่าสุด จะมีชื่อติดโผเหล่าวางเพราะว่าอัตโนมัติ ร่วมกับอีก 7 คณะแชมป์ลีก ของประเทศที่ทำผลงานระดับสโมสรได้ดีที่สุดจากการจัดอันดับของ ยูฟ่า ซึ่งข้อเสนอนี้จะถูกนำเข้าที่ประชุมครั้งถัดจากนั้นของ คณะกรรมการ ยูฟ่า

กับแนวความคิดดังกล่าว ก็ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก หลังผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มครั้งล่าสุด มีประเด็นให้พูดถึงหลายอย่างเช่น ในกลุ่ม เอ ที่ หมู่ยูเวนตุส แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา พร้อมด้วย คณะแอตเลติโก มาดริด แชมป์ลา ลีกา สเปน ต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกัน รวมถึง กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่กลับไม่มีชื่อติดโผกลุ่มวางอันดับ 1 ทำให้ ทีมเรือใบสีฟ้า ต้องมาอยู่ในสายแข็งอยู่กลุ่มเดียวกับ คณะบาเยิร์น มิวนิค กับ เหล่าโรม่า เป็นต้น




ติดตาม ข่าวกีฬา วิเคราะห์ผลบอล ผลบอล ตารางบอล ได้ที่นี่เลย http://sport.sanook.com/football/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: วิพากษ์การวิเคราะห์ผลบอลสไตล์สรรพสิ่ง รอย คีน

วิพากษ์วิจารณ์สไตล์ รอย คีน





ด้วยว่าหน้าข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ลอดมา ก็คงไม่มีประเด็นไหนชิงพื้นที่สื่อได้มากเท่ากับเนื้อหาในหนังสืออัตชีวเรื่องราวเล่มที่สองในชีวิตของ รอย คีน อดีตกัปตันกรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกนำออกมาพูดแพร่ให้ได้ชิมลางกันเป็นน้ำจิ้ม ก่อนที่หนังสือที่ชื่อว่า The Second Half ของเขาจักวางขายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้

ตัวของรอยคีน 43 ปี เพราะที่ในปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโค้ชของฝ่ายชาติไอร์แลนด์กับ ฝ่ายแอสตัน วิลล่า ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็น คนโผงผาง และ อารมณ์ร้อน มาแต่ไหนแต่ไร จนทำให้เขาต้องแยกทางกับปิศาจแดงแบบจบไม่สวยในปี 2005 ภายหลังที่ได้เขยิบมาร่วมฝ่ายตั้งแต่ปี 1993 และเป็นกำลังสำคัญของหมู่มาตลอด รวมถึงได้สวมปลอกแขนกัปตันคณะต่อจาก เอริก คันโตน่า ด้วย

ด้วยว่าเนื้อหาเด็ด ๆ ในหนังสือฉบับนี้ของคีนคงหนีไม่พ้นการแฉวิเคราะห์บอลและดับเครื่องชนทั้งอดีตกุนซืออย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วยกัน อดีตเพื่อนรวมทีม และนี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อหาแสบๆ คันๆ ที่มาจากมุมมองและความเห็นของคีโน่


รอย กล่าวถึง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน




ถ้าหากเขาทำดีด้วย ผมจะคิดทันทีว่า นี่ต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์แน่ ซึ่งเขากระหายความสำเร็จด้วยกันไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร การไม่อ่อนโยนกับใครคือจุดเด่นของเขา เหล่าแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าพวกน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์มาก แต่ความเย็นชาของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้จัดการฝ่ายแล้ว ผมอยากได้เอาความอ่อนโยนของไบรอัน คลัฟกับความเฉียบขาดของเฟอร์กูสันมาผสมกัน แต่แน่นอนว่าต้องใส่ตัวตนของผมลงไปด้วยนะ



รอย กล่าวถึง ทีมคลาสออฟ 92



เนื่องด้วยกลุ่มฟุตบอลชุดคลาสออฟ 92 นั้นเป็นนักเตะที่ดี แต่บทบาทของพวกเขาที่มีต่อสโมสรถูกยกยอจนเกินแน่ๆไปหน่อย โดยคลาสออฟ 92 ดูเหมือนจักมีชื่อเสียงเฉพาะตัว กลายเป็นเหมือนยี่ห้อสินค้า เหมือนกับเป็นอีกกรุ๊ปหนึ่งในหมู่ของเรา กับพวกเขาก็เหมือนจักชอบซะด้วย แต่เราทั้งหมดต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน เราทั้งหมดต่างก็มีความกระหายเหมือนกัน





รอย กล่าวถึง พอล สโคลส์




ด้านของสโคลซี่เป็นสุดยอดนักเตะแน่นอนๆ แต่ผมไม่ค่อยปลื้มกับภาพลักษณ์ความเป็นคนที่แสนจักติดดินของเขาเท่าไหร่นัก เขามีด้านอื่นๆ อีกบานตะเกียง แต่ทุกคนดูเหมือนจะคิดว่าเขายังอยู่แฟลตของรัฐบาลอยู่เลยมั้ง


รอย กล่าวถึง ปีเตอร์ ชไมเคิล




ตัวผมเองเคยมีเรื่องกับ ปีเตอร์ ตอนที่ได้ออกทัวร์ปรีซีซั่นตราบใดปี 1998 คิดว่าน่าจักเป็นที่ประเทศฮ่องกงนะ ความเมาก็มีส่วนแหละ เขาทำนูลว่า ฉันขึ้นต้นเบื่อนายเต็มทีแล้ว เราต้องมาเคลียร์กันซักหน่อย

ผมก็เลยเอื้อนว่า ได้เลย แล้วเราก็ซัดกันนัว ผมตื่นมาวันรุ่งขึ้นแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก รู้แต่ว่ามือผมช้ำแล้วนิ้วก็ซ้น

ตอนนั้นเจ้านายด่าเราเละ ตอนที่อยู่บนรถบัส แล้วก็มีคนพูดเรื่องที่ผมกับปีเตอร์ทะเลาะกันที่โรงแรมให้ฟัง ตอนนั้นนิคกี้ บัตต์บ่งผมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปีเตอร์คว้าคอผมแล้วผมก็เฮดบัตต์เขา หลังจากนั้นเราก็ชุลมุนกันอยู่นาน



รอย กล่าวเรื่องการไม่ตรวจ ยาโด๊ปของ ริโอ เฟอร์ดินานด์




ซึ่งเขาเองนั้นก็ได้รับผลเสียจากเรื่องนี้พร้อมทั้งกรุ๊ปก็เช่นกัน ถ้าผมเป็นเขา ด้วยกันหมอบอกกล่าวว่าผมต้องไปตรวจโด๊ป ผมก็คงจะไปตรวจ มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เราจักลืมกันได้ง่ายๆ

ด้วยกันมันไม่ใช่การไปรับจดหมายที่ไปรษณีย์ เหรอลืมเอารองเท้ามา

ซึ่งในตอนที่หมอบอกว่าคุณต้องไปตรวจโด๊ปนะ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังมีบางคนขี้ลืมได้อย่างเหลือเชื่อ

ตัวผมไม่ได้มองว่าริโอมีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นนะ ผมคิดว่าเขาลืมเป็นแน่แท้ๆ พร้อมทั้งเราก็ต้องชดใช้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากคนหนึ่งพร้อมทั้งเราก็ขาดเขาไป เพราะเฉพาะในครึ่งหลังของฤดูกาลตอนที่การขับเคี่ยวเป็นไปอย่างเข้มข้น



รอย กล่าวถึง คริสติอาโน่ โรนัลโด้




ในนัดที่เราไปเตะกับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเพื่อฉลองเปิดสนามศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกใหม่ของพวกเขา ผมได้เห็นว่าโรนัลโด้เล่นได้แจ๋วแค่ไหนในวันนั้น เขาต้องดวลกับจอห์น โอเชีย พร้อมทั้งทำเอาเชียซี่แทบต้องขอยาแก้ปวดหัวกินในช่วงพักครึ่ง เพราะตาลายกับลีลาการสับขาหลอกของเขา

หลังจากที่สโมสรบรรลุข้อตกลงซื้อขายเขาเลยหลังเกมนั้น เรายังอำกันอยู่เรื่อยๆ ว่าแท้จริงๆ แล้วเชียซี่คือคนที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น ด้วยการเล่นได้ห่วยแตกมากในเกมนั้น

ส่วนตัวผมชอบโรนัลโด้ตั้งแต่แรกเลย เขามีความมุ่งมั่นพร้อมกับทัศนคติที่ดี พอได้เห็นเขาซ้อมแค่ไม่กี่วัน ผมคิดเลยว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในอนาคตแน่

พร้อมกับเขาเพิ่งจะอายุแค่ 17 ปีแต่กลายเป็นนักเตะที่ขยันซ้อมที่สุดคนหนึ่งในเหล่าทันที เขารูปหล่อกับเขาก็รู้ตัวด้วย พอมองดูนักเตะคนอื่นๆ ในกระจก ผมคิดว่าพวกแกนี่หุ่นไม่ได้เรื่องเลย แต่โรนัลโด้ดูใสซื่อพร้อมทั้งดูดีสุทธิๆ




รอย กล่าวเรื่อง การขัดแย้งกับตัว คาร์ลอส คีรอซ





ซึ่งผมได้ทูลเขาว่า อย่าสะเออะ มาพูดกับผมเรื่องความจงรักภักดีนะคาร์ลอส เมื่อไม่กี่ปีก่อนคุณเพิ่งทิ้งฝ่ายนี้เพื่อไปดูแลเรอัล มาดริดภายหลังอยู่ได้แค่ 12 เดือน อย่าบังอาจมาสงสัยเรื่องความจงรักภักดีของผม ผมเคยมีโอกาสจะได้ย้ายไปยูเวนตุสพร้อมด้วยบาเยิร์น มิวนิคมาแล้ว




รอย กล่าวถึง จุดแตกหักกับ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด





ตัวผมนั้นเพิ่งรู้มาไม่กี่วันก่อนว่าสโมสรพยายามจักเขี่ยผมทิ้ง ผมตรัสกับเฟอร์กูสันว่า ผมจะขอไปเล่นให้กรุ๊ปอื่นได้มั้ย? ซึ่งเขาก็เจรจาว่า ได้เลย เพราะว่าเราจะฉีกหนังสือสัญญานายทิ้งอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่า ได้เลย ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง

ในตอนนั้น ผมรู้ว่าหลายเหล่านั้นจักติดต่อมาแน่ถ้าข่าวนี้ออกไป ผมเลยแย้มไปว่า งั้นผมคิดว่าเราคงต้องจบกันแค่นี้แล้วล่ะ ตอนนั้นผมแค่คิดว่าไอ้พวกงี่เง่าเอ๊ย แล้วผมก็ยืนขึ้นพร้อมทั้งพูดว่า โอเค งั้นผมไม่อยู่ต่อ




อาจจะติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ผลบอล ได้ที่ http://footballclubpza.blogspot.com/


โปรแกรมบอล: ตอนย่อยเหน็บระหว่างกรุ๊ป แมนยู vs ลิเวอร์พูล

วิเคราะห์ผลบอล : คงจักมีแค่แฟนบอล 2 คณะนี้แหล่ะมั้ง



ด้วยทีมชั้นนำของยุโรปของศึก 5 ลีกใหญ่ หลาย ๆ ลีกถูกมองว่ามีแทบ 2 ทีมเท่านั้นที่มีโอกาสคว้าแชมป์ เปรียบเทียบได้ว่าเป็น “ม้าสองตัว” ที่วิ่งฮ่อควบแข่งกันเข้าสู่เส้นชัยในตอนท้ายฤดูกาล

กับถ้าพูดกันชัดๆ ก็เห็นจะเป็น ลา ลีกา สเปน ที่มีแต่พ่าง ทีมบาร์เซโลน่า พร้อมด้วย ทีมเรอัล มาดริด แต่บางลีกมีหลายฝ่ายสู้กันเพื่อแย่งแชมป์ แต่ก็มีแฟนบางกลุ่มที่เห็นว่ามันแข่งกันแค่ 2 หมู่

แต่พูดถึงลีกที่เล่นกันแค่สองฝ่ายที่ชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นศึก ลา ลีกา ของสเปน ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีแทบแค่สองขั้วอำนาจมานานหลายปี ระหว่าง ฝ่ายบาร์เซโลน่า แห่งแคว้นกาตาลัน พร้อมทั้ง ทีมเรอัล มาดริด แห่งนครหลวงมาดริด ที่ต่อสู้กันมาหลายต่อหลายฤดูกาล

ซึ่งอาจจักมีสอดแทรกขึ้นมาบ้างอย่าง กลุ่มแอตเลติโก มาดริด หรือ กรุ๊ปบาเลนเซีย แต่ก็ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าการขับเคี่ยวกันของสองยักษ์ใหญ่นี้ สร้างความสั่นสะเทือนได้ทั้งประเทศพร้อมกับยุโรปมาโดยตลอด



แม้ว่า 2 คณะนี้เกลียดกันยันเงา แต่ต่างก็เคารพในฝีมือฝั่งตรงข้าม


พร้อมทั้งก็ไม่ใช่แค่ ลา ลีกา แต่ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน แม้ว่าจะมียักษ์ใหญ่เท่าแค่รายเดียวครองความยิ่งใหญ่นั่นคือ เหล่าบาเยิร์น มิวนิค มาหลายปี

แต่ว่าในช่วง 4 - 5 ปีหลังมานี้ พวกโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับมาทวงคืนความสำเร็จที่เคยทำได้ ด้วยการเบียด “ทีมเสือใต้” ขึ้นคว้าแชมป์ 2 ซีซั่นติดต่อกันในฤดูกาล 2010-11 พร้อมด้วย 2011-12

และถึงแม้ว่าจะฟอร์มดร็อปไปในปีที่แล้วด้วยกันปีนี้ แต่ก็ยังส่งอิทธิพลต่อการลุ้นแชมป์ ของ บาเยิร์น โดยมีทีมอย่าง เลเวอร์คูเซ่น หรือไม่ก็ ชาลเก้ 04 ขึ้นมาท้าทายบ้างในบางฤดูกาล



ซึ่งที่ต่อมาเพิ่งจะมาแรงเอาปางซีซั่นที่แล้ว นั่นคือ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แม้ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งกลับมาผงาดอีกครั้งอย่าง ยูเวนตุส จักต่อกรยากเหเอิกเกริกเกิน

ไม่ว่าจักเป็นทั้งเรื่องความแข็งแกร่งของเหล่า หรือไม่ผู้ตัดสินยามเล่นในบ้านก็ว่ากันไป แต่มีคณะ อาแอส โรม่า ที่นำโดย ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ที่อาจหาญขึ้นมาต่อกรไม่อย่างไม่ย่อท้อ แม้จะยังทำได้แค่เป็นรอง แต่ก็ทำให้การไล่ล่าแชมป์ของ “เหล่าไอ้ม้าลาย” ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกถัดจาก

ซึ่งแต่ในลีกยอดนิยมอย่าง ศึกพรีเมียร์ลีก กลุ่มจักแข่งกันเป็นแชมป์ไม่ได้มีแค่ 2 เหล่าเหมือนชาวบ้านเขา แต่ก่อนอาจเรียกว่า บิ๊กโฟร์ ที่ประกอบด้วย

  1. กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. คณะอาร์เซน่อล
  3. หมู่เชลซี 
  4. กรุ๊ปลิเวอร์พูล 

พร้อมกับในช่วง 5 ปีหลัง มี ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นมาด้วย

อาจจักเรียกว่าแฟนบอลทุกพวก ต่างสนุกสนานกับการลุ้นตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาล ของแดนผู้ดีกันอย่างสนุกสนาน ในความหลากหลายพร้อมกับไม่ตายตัวของการแข่งขันยอดนิยมที่มีฐานแฟนบอลแน่นที่สุดในทุกมุมโลกลีกนี้




ภาพตัวอย่างภายหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เหรอจบอาทิตย์มีอันดับสูงกว่าคู่แข่ง


แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีแฟนบอลบางกลุ่ม บางจำพวก ที่คิดว่า ศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก นั้นเล่นกันเท่าแค่ 2 กลุ่มแค่ หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมทั้ง กรุ๊ปลิเวอร์พูล ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าจนถึงสัปดาห์ก่อนนู้นครับ บี้กันอยู่กลางตาราง พวกไหนแข่งก่อนในสัปดาห์นั้นแล้วจำนนเนี่ย เรียกว่าไม่ได้เงยหน้ามาหายใจจนกว่าอีกกรุ๊ปจักได้แข่ง

ซึ่งยิ่งถ้าอีกฝ่ายจำนนด้วยนะคุณเอ้ย แทบจักขุดหลุมฝังตัวเองอยู่ในบ้านไม่ออกมาเจอหน้าผู้คน ก็เพราะว่าอะไร กลัวโดนล้อจ้า ถามว่าไปช่วยเขาลงเตะ หรือเป็นผู้ถือหุ้นของสโมสรไม่ก็เปล่า ก็ไม่ใช่ซะหน่อย!




ทั้งๆที่วันที่กลุ่มไม่ได้ลงแข่งแท้ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้


พร้อมด้วยถ้าสมมต อาทิตย์ไหน มีฟุตบอล ยุโรป แฟน บอลกลุ่มเกรียนแตกของฝ่าย “หงส์แดง” ก็จะถามเซ้าซี้อยู่นั่นแหละว่ากรุ๊ป แมนฯ ยูฯ ไม่มีเกมกลางอาทิตย์เหรอ ไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก เหรอ

ในตอนที่จับสลาก ได้อยู่โถไหนเหรอ ก็พูดกันไม่เลิก ไม่เคยเบื่อ คนอื่นที่เขาได้ยินต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเขาก็เอือม ไม่ได้ตลกเหมือนตอนที่เล่นกันแรกๆ แล้ว




กับนั่นก็เป็นที่แน่นอน วันใดที่หงส์ชนะ แฟนผีก็โดนเย้ยหยันเช่นกัน


ถ้าจะถามว่ามีแต่ “เกรียนหงส์” เหรอ ไม่หรอก “เกรียนผี” ก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งอาทิตย์นี้ ตัวเองหนีขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ได้เนี่ย ล้อ กรุ๊ปลิเวอร์พูล เขาไม่หยุด ถามกันตลอดว่าอันดับเท่าไหร่เหรอ ไปบอลยุโรปเหนื่อยเหรอ กลางสัปดาห์ไม่ชนะเหรอ ฝ่ายอะไรอยู่อันดับ 4 กลุ่มอะไรอยู่อันดับ 9 เหรอ




แล้วมันจะทำไมเหรอครับ ลีกมันจบแค่สัปดาห์นี้แล้วเหรอ การแข่งนัดหน้า หมู่แมนฯ ยูฯ จะไม่พ่าย พวกลิเวอร์พูล จักไม่พ่ายแพ้กันแล้วใช่ไหม เล่นกันไม่เลิกทั้งสองฝ่าย ไม่เคยสนใจเลยว่า ฝ่ายเชลซี นู่น เขาเป็นจ่าฝูงนู่น มีตั้ง 19 แต้ม

ซึ่งถ้าไปแข่งกันทำตามเป้าตัวเองที่วางไว้ต้นฤดูกาล ดีกว่ามานั่งหาความสนุกปากกันไปอาทิตย์ต่อสัปดาห์แบบนี้



ภาพอันนี้น่าจะโดนใจแฟนทีมอื่นครับ เป้าหมายชัดเจนมาก


ล้อกันเองไม่พอ แต่ยังดึงชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย เล่นส่งข้อความมาถามผู้ดำเนินรายการลักษณะว่า “พี่ครับ แมนฯยูฯ อยู่ที่เท่าไหร่ แล้ว ลิเวอร์พูล อยู่ที่เท่าไหร่ครับ

ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ครับ เราเอือมที่จะตอบ แม้จักรู้ว่าท่านเสียเงินส่งมันมาก็ตาม ยิ่งไปหาดูตามหน้าเฟซบุ๊คต่างๆ ที่เกี่ยวกับฟุตบอลแล้วล่ะก็ แฟนขาเกรียนสองกลุ่มนี้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากลุ่มไหนแน่นอน เก่งบนหน้าคอมพิวเตอร์เนี่ย ขอให้แจ้งให้ทราบ ไม่พ่ายใครในใต้หล้าอยู่แล้ว




แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่กระหายจักเตือน ๆ กันไว้ เล่นสนุกกันหอมปากหอมคอก็พอ อย่าไปสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ใครต่อใครเขาเลย

ซึ่งกลุ่มใคร ใครก็รักครับ ล้อสนุกกันพอเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องเอามาเป็นยิ่งเป็นจังขนาดต้องวิวาทกัน ผลงานแย่ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ผลงานดีก็ชื่นชม สู้ไปด้วยกัน จำนนวันนี้ วันหน้าก็แข่งใหม่ ฤดูกาลนี้แย่ ฤดูกาลหน้าก็เอาใหม่ เขายังไม่ยุบลีกในปีสองปีนี้แน่นอน

จงอย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้สังคมปัจจุบันเลย อย่าเป็นแฟนบอลเกรียนๆ ที่จะทำให้แฟนบอลดีๆ เขาเป็นขี้ปากชาวบ้านไปด้วยเลย

และอย่าให้คนอื่นเขาด่าว่า แฟนบอล แมนฯ ยูฯ น่ะเหรอ แฟน ลิเวอร์พูล น่ะเหรอ ปากดีอย่างนั้น เกรียนอย่างนี้ หรือไม่น่าหมั่นไส้ยังไงก็ตาม มันไม่น่าชื่นชมหรอกครับ


ที่มา : http://footballclubpza.blogspot.com/


วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประสมข่าวผลบอลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษข้างในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 29 ก.ย. - 5 ต.ค.

วิเคราะห์บอล : ครั้นเมื่อฟานกัลได้ชูเดเคอาหนึบได้ใจนัดโค่นทอฟฟี่




หลังจากที่ ฟาน กัล ได้ซูฮก เด เคอา โคตรหนึบ เซฟลูกยากๆ หลายครั้งนัดเฉือนชนะกลุ่ม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน 2 - 1 พร้อมชมลูกฝ่าย ฟัลเกา หลังเปิดซิงตุงแรกในสีเสื้อ ปีศาจแดง ได้สำเร็จ

โดยที่หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการพวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงยกย่อง ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเซฟลูกยิงอันตรายๆ ของคู่แข่งได้มากมายในเกมที่คณะ ปีศาจแดง เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คว้าชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ตราบวันอาทิตย์ที่เปลี่ยนมา 5 ตุลาคม

ทางด้านของ กุนซือใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ว่า กรุ๊ปเอฟเวอร์ตัน มีโอกาสสับไกนอกกรอบเขตโทษหลายต่อหลายครั้ง กับพวกเขาก็ทำมันได้ดีอีกด้วย แต่ ดาบิด เด เคอา นั่นก็โชว์เซฟได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอนๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเหตุด้วยเขา เพราะว่ามันมีผู้เล่นมากมายหลายคนที่ยืนบังสายตาเขาอยู่ แต่เขาก็ทำมันได้ ผมประทับฟอร์มการเล่นของเขาแท้ๆ ตราบใดคุณเซฟจุดโทษได้ พร้อมทั้งมาเซฟลูกยากๆ อีก 3 ครั้ง คุณนี่มันเยี่ยมแน่แท้ๆ

ซึ่งพร้อมกันนี้ ทางด้าน ฟาน กัล ยังกล่าวชื่นชม ราดาเมล ฟัลเกา หลังประตูแรกในสีเสื้อฝ่าย ปีศาจแดง ได้แล้วว่า เขาเกือบจะยิงได้ตั้งแต่นัดที่แล้วที่เจอกับกรุ๊ป เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากนั้นผมก็ปริปากเขาว่าผมประทับใจในฟอร์มการเล่นของเขามาก ๆ พร้อมทั้งเดี๋ยวเรื่องการยิงประตูมันก็จะเข้ามาเอง กับวันนี้มันก็มาแท้จริงๆ เขาจะทำผลงานได้ดีกว่านี้แน่นอนหลังจบพักเบรกทีมชาติ


สิงห์ทุบปืนแตก 2 - 0 รั้งจ่าฝูงถัดไป




จนกระทั่งอาซาร์ ควงคู่ คอสต้า ทำคนละลูกพากรุ๊ป สิงห์บลูส์ เปิดบ้านไล่ทุบเหล่า ปืนใหญ่ สบายๆ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม รั้งจ่าฝูงของลีกถัดอย่างเหนียวแน่น

พร้อมทั้งเพราะการแข่งขัน ฟุตบอล ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในฤดูกาลที่ 2014-2015 ศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เจ้าบ้านกรุ๊ป สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของเหล่า ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

หลังจากขึ้นต้นไปได้ 10 นาที เกมก็ต้องหยุดไปชั่วคราว หลัง ธีโบต์ กูรก์ตัวส์ มีปัญหาบาดเจ็บ ในจังหวะที่ถูก อเล็กซิส ซานเชส วิ่งมากระแทกใส่เข้าที่ศีรษะ

นาทีที่ 20 แกรี่ เคฮิลล์ มารับใบเหโจษจันงไป หลังพุ่งเข้าไปเสียบใส่ อเล็กซิส แบบน่าเกลียดสองนาทีต่อมา คาลั่ม แชมเบอร์ส มาโดนไปบ้าง หลังวิ่งเข้าไปผลักใส่ เอแด็น อาซาร์ จากทางด้านหลัง

นาทีที่ 24 เชลซี ต้องถอด กูรก์ตัวส์ ออกไป หลังมีปัญถ้าระทบกระเทือนทีศีรษะในจังหวะที่ถูกชนใส่ก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีเเล่าลือดออกที่หู ทำให้ต้องส่ง ปีเตอร์ เช็ก ลงมาเฝ้าเสาแทน

นาทีที่ 27 พวกเชลซี มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ โลร็องต์ กอสเชลนี่ ไปแหย่ขาดักใส่ เอแด็น อาซาร์ ล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษพร้อมชักใบเหละบืองให้เจ้าตัวทันที พร้อมด้วยเป็น อาซาร์ ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองด้วยการแปเรียดไปทางขวาของตัวเองเข้าไปแบบง่ายๆ เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ซึ่งช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีจังหวะทำประตูเพิ่ม หมดเวลาเป็นทาง เชลซี นำไปก่อน 1-0

เกมส์เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 53 คราวนี้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช มาโดนเหเล่าลืองไปบ้าง หลังเจตนาเข้าไปสอยใส่ ซานติ กาซอร์ล่า แบบไม่มียั้ง

นาทีที่ 63 หมู่อาร์เซน่อล พลาดโอกาสที่จักได้จุดโทษ จากจังหวะที่ แจ็ค วิลเชียร์ ซัดจากนอกเขตโทษไปติดโดนแขน เชส ฟาเบรกาส ที่ล้มตัวสไลด์ป้องกันเต็มๆ แต่ผู้ตัดสินก็ยังไม่เป่าให้ลูกโทษแต่อย่างใด ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นกรุ๊ป ปืนใหญ่

นาทีที่ 69 กรุ๊ปปืนใหญ่ แก้เกมส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด - แชมเบอร์เลน ลงสนามแทน ซานติ กาซอร์ล่า ส่วน เชลซี ก็เปลี่ยนเช่นกัน ถอด อังเดร ชูร์เล่ ออกไป แล้วให้ จอห์น โอบี มิเกล ลงเล่นแทน

นาทีที่ 76 เหล่าเชลซี เกือบได้ประตูเพิ่ม จนกระทั่ง ดิเอโก้ คอสต้า ลากจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ ก่อนไหลให้ อาซาร์ ที่เติมเข้ามาโล่งๆ จัดการซัดมุมแคบ แต่บอลก็โด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

พร้อมทั้งในที่สุด ฝ่ายสิงห์บลูส์ นั้นก็มาได้ประตูที่ต้องการสมใจในนาทีที่ 78 จากจังหวะที่ ฟาเบรกาส เปิดไกลจากกลางสนามให้ คอสต้า สปีดเข้าไปหาบอล ก่อนจะกระดกข้ามมือ วอยเชค เซสนี่ ที่ออกมาป้องกันเข้าไปแบบเหนือชั้น เชลซี นำเพิ่ม 2-0

และหลังจากที่เสียประตูกลุ่มเยือนได้ถอด อเล็กซิส ซานเชส ที่เกมนี้ไม่ได้ช่วยเหล่ามากนักออกไป แล้วให้ ลูคัส โพดอลสกี้ ลงสนามแทน

นาทีที่ 83 พวกอาร์เซน่อล ถอด วิลสนับสนุน ออกไป แล้วส่ง โทมัส โรซิคกี้ ลงมาช่วยเกมในแดนกลางแทน

นาทีที่ 87 กรุ๊ปเจ้าถิ่นถอด ออสการ์ ออกไปพัก แล้วให้ วิลเลี่ยน เข้ามาช่วยเกมรุกของกรุ๊ปแทน

ช่วงท้ายเกมทั้งสองหมู่ไม่มีใครทำประตูกันได้ ทำให้หมดเวลา กรุ๊ปเชลซี เป็นฝ่ายเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ 2-0 ส่งผลให้ทีมยังคงรั้งอันดับหนึ่งของลีกต่อไป เพราะว่ามีเพิ่มเป็น 19 คะแนน ส่วน พวกปืนใหญ่ ความพ่ายพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฝ่ายมี 10 คะแนน เท่าเดิม พร้อมทั้งรั้งอยู่อันดับ 7 ของตารางหลังจากนั้น

มาดูรายการผู้เล่น คณะเชลซี ในระบบ 4-2-3-1 :
  1. ธีโบต์ กูรก์ตัวส์ (ปีเตอร์ เช็ก น.24)
  2. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
  3. แกรี่ เคฮิลล์
  4. จอห์น เทอร์รี่
  5. เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า
  6. เนมันย่า มาติช
  7. เชส ฟาเบรกาส
  8. อังเดร ชูร์เล่ (จอห์น โอบี มิเกล น.69)
  9. ออสการ์ (วิลเลี่ยน น.87)
  10. เอแด็น อาซาร์
  11. ดิเอโก้ คอสต้า


รายการผู้เล่นสำรอง
  1. เฟลิเป้ หลุยส์
  2. เคิร์ท ซูม่า
  3. โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์
  4. โลอิก เรมี่


มาดูบัญชีชื่อผู้เล่น เหล่าอาร์เซน่อล ในระบบ 4-2-3-1 :
  1. วอยเชค เซสนี่
  2. คาลั่ม แชมเบอร์ส
  3. แพร์ แมร์แตซัคเกอร์
  4. โลร็องต์ กอสเชลนี่
  5. คีแรน กิ๊บสส์
  6. มาติเยอ ฟลามินี่
  7. แจ็ค วิลเชียร์ (โทมัส โรซิคกี้ น.83)
  8. อเล็กซิส ซานเชส (ลูคัส โพดอลสกี้ น.78)
  9. ซานติ กาซอร์ล่า (อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.69)
  10. เมซุต โอซิล
  11. แดนนี่ เวลเบ็ค


รายการผู้เล่นสำรอง
  1. ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ
  2. นาโช่ มอนเรอัล
  3. โจเอล แคมป์เบลล์
  4. ฟรองซิส โกโกแล็ง


กรรมการผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

มาดูประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผลบอล คณะเชลซี 2 - 0 พวกอาร์เซน่อล


























ฝ่ายเรือใบพบช่องเล็งสอยรอยส์ในซัมเมอร์หน้า




คงจะได้มาอีก 1 เหรอไม่?  คราวคณะแมนฯ ซิตี้ ได้ตกเป็นข่าว ล็อกเป้าสอย รอยส์ มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์หน้า หลังสบโอกาสที่นักเตะยังไม่ยอมต่อสาบานกับ ดอร์ทมุนด์ คาดมีค่าฉีกสัญญาเช่น 20 ล้านปอนด์เท่านั้น

เพราะภายหลังที่กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหล่าชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตกเป็นข่าวกลายเป็นอีก 1 สโมสร ที่ให้ความสนใจคว้าตัว มาร์โก รอยส์ แนวรุกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์หน้า หลังสบช่องช่วงที่นักเตะรายนี้ยังไม่ยอมต่ออนุสัญญากับต้นสังกัด เพราะว่ามีรายงานว่ามิดฟิลด์ค่าย หมู่เสือเหลือกระฉ่อนง จะมีค่าฉีกสนธิสัญญาแค่ 20 ล้านปอนด์หรือไม่ก็ 1,100 ล้านบาทเท่านั้น ครั้งจบฤดูกาลนี้

ภายหลังที่ดาวเตะกรุ๊ปชาติเยอรมัน แสดงท่าทียังไม่ยอมเจรจาขยายหนังสือสัญญาฉบับใหม่กับ เสือเหเอิกเกริกง หลังเจ้าตัวได้แจ้งกับทางสโมสรว่าทะเยอทะยานรอให้จบซีซั่นนี้ก่อน แต่กระนั้น เรือใบสีฟ้า ซึ่งให้ความสนใจอยากได้ได้ตัวมิดฟิลด์วัย 25 ปี มาเป็นเวลานาน จึงใช้จังหวะดังกล่าว เตรียมยื่นข้อเสนอเท่ากับค่าฉีกสบถสาบานไปซื้อตัวนักเตะ เหตุเพราะช่วงซัมเมอร์หน้า รอยส์ จักมีค่าฉีกข้อผูกมัดแค่ 20 ล้านปอนด์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หมู่แมนฯ ซิตี้ ยังต้องเจอคู่แข่งสำคัญอีกหลายสโมสร ทั้ง 

  1. กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. กรุ๊ปลิเวอร์พูล 
  3. กลุ่มอาร์เซน่อล 

ที่เป็นสามกลุ่มคู่แข่งร่วมลีก ที่แสดงความสนใจอยากได้ได้ตัว รอยส์ ไปร่วมทัพด้วยเช่นเดียวกัน


มีข่าวปริปากมาอีกว่า กรุ๊ปผีแดง เมินที่จะดึง โด้กลับ แต่หันเล็งกระชากเบลแทน




ขณะสื่อ เดลี่ สตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อดังประเทศอังกฤษปูดข่าวสุดฮือฮาว่าพวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่แสดงให้เห็นว่ากล้าทุบเงินกองคลังด้วยการระเบิดงบคร่าวๆสูงสุดในชีวประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมกับเกาะอังกฤษกับการทุ่มเงินซื้อ กับยืมนักเตะในช่วงตลาดซื้อขายรอบแรกมากถึง 151 ล้านปอนด์หรือ 8,000 ล้านบาท ซึ่งกำลังกลับไปให้ความสนใจแกเร็ธ เบล ปีกจรวดตัวเก่งของรีล มาดริด หลังจบฤดูกาลนี้อีกครั้ง

ซึ่งสื่อดังกล่าวได้เล่าวิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ให้เป็นถึงสาเหตุที่ทำให้หมู่ ปีศาจแดง นั้นต้องหันมาเล็งซื้อเบลที่พวกเขาเคยพลาดลายเซ็นดาวเตะทีมชาติเวลส์รายนี้ครั้งช่วงกลางปี 2013 หลังตัวนักเตะตกลงใจขนย้ายไปร่วมทัพ ทีมราชันชุดขาว ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 85 ล้านปอนด์ไม่ก็ 4.500 ล้านบาท

พร้อมทั้งเหตุเพราะทางบอร์ดบริหาร ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่ตกลงใจเสี่ยงทุ่มเงินค่าจ้าง ด้วยกันค่าจ้างกับโบนัสรวมกันถึง 200 ล้านปอนด์ไม่ใช่หรือ 10,600 ล้านบาท ในการที่จักดึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้งกลับมาจาก ฝ่ายรีล มาดริด


ปากหวานจริ๊ง!! ครั้นเมื่อดิมาเรียยกให้เดเคอาคู่ควรแมนออฟเดอะแมตช์




ทางด้านของ ดิ มาเรีย ได้ยกย่อง เด เคอา ให้คู่ควรรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังเซฟอุตลุตพา คณะผีแดง เปิดบ้านทิ่ม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน 2-1 พร้อมยินดี ฟัลเกา เปิดซิงได้แล้ว

หลังจากที่ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจรวดของ หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝ่ายชั้นนำแห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสเปนว่าเป็นผู้ที่สมควรได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อย่างแท้แท้ ภายหลังที่โชว์ฟอร์มป้องกันประตูช่วยทีมไว้นับครั้งไม่ถ้วน

ซึ่งแถมยังได้เซฟลูกโทษทำให้พาทัพ กลุ่มปีศาจแดง เปิดบ้านเชือด ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน 2-1 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมที่ทะลุทะลวงมา พร้อมกับแสดงความยินดีกับ ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกฝ่ายชาติโคลอมเบีย ที่เบิกประตูแรกในสีเสื้อของ เร้ด เดวิลส์ ได้แล้ว

เพราะที่ ปีกพวกชาติอาร์เจนติน่า ซึ่งได้รับเเลื่องกให้เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมล่าสุดกล่าวยกย่องฟอร์มการเซฟประตูของ เด เคอา ว่า ผมคิดว่า ดาบิด คือผู้ที่สมควรได้รับคำยกย่องมากที่สุด เขาช่วยป้องกันประตูให้เราตลอดทั้งเกม เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายเกม รวมไปถึงป้องกันลูกโทษที่จุดโทษด้วย ไม่ปางแต่เขาปางคนเดียว ผู้เล่นที่เหลือก็สมควรที่จะได้รับคำชื่นชมเช่นเดียวกัน

พร้อมทั้งนอกจากนี้ ดิ มาเรีย ยังกล่าวถึงการที่ ราดาเมล ฟัลเกา เปิดซิงยิงประตูแรกในสีเสื้อกรุ๊ป ปีศาจแดง ในเกมที่ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2 - 1 ว่า ใช่นั่นคือที่สำคัญเกี่ยวกับเขา เขากำลังมองหาประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมันสำคัญกับเขามาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เราทำเป็นเก็บ 3 คะแนนได้ พร้อมด้วยเราหวังว่าเราจะไต่อันดับขึ้นไปบนหัวตารางได้